เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2569 ได้เกิดเหตุต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับกลุ่มนักท่องเที่ยวภายในบริเวณโบราณสถาน วัดพระศรีสรรเพชญ์ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 4 ราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยและโรงพยาบาลรีบเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเพื่อให้การรักษา
เหตุการณ์และการช่วยเหลือ
ร.ต.อ. พ.ต.ท. มาโนช ฤทธิพูน สว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุและรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัครจาก มูลนิธิพุทไธศวรรย์ และ มูลนิธิร่วมกตัญญู รวมทั้งทีมกู้ชีพของ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้การช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุเป็นทางเดินด้านข้างของโบราณสถาน พบต้น หางนกยูง ขนาดใหญ่หักโค่น เส้นทางถูกกิ่งไม้และลำต้นขวาง เจ้าหน้าที่ใช้เลื่อยยนต์เคลียร์กิ่งไม้ออกจากร่างผู้บาดเจ็บ ก่อนลำเลียงส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการ
ภาพรวมผู้บาดเจ็บ
ผู้บาดเจ็บทั้งสี่รายเป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติ สเปน เดินทางมาด้วยกันประมาณ 15 คนขณะชมโบราณสถาน โดยรายละเอียดอาการเบื้องต้นเป็นดังนี้
| สัญชาติ | จำนวน | อาการเบื้องต้น |
|---|---|---|
| สเปน | 4 | หญิง 3 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย; ชาย 1 ราย กระดูกซี่โครงด้านขวาหักและขาซ้ายหัก 2 ท่อน |
การสอบสวนสาเหตุและมาตรการความปลอดภัย
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบบริเวณโคนต้นมีลักษณะเป็นโพรงและร่องรอยการผุ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าต้นไม้มีอายุมากและอาจมีโพรงที่โคนซึ่งทำให้รับน้ำหนักไม่ไหวจนหักโค่นลง แม้ในขณะเกิดเหตุจะไม่มีฝนหรือพายุแรง แต่สาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอผลการตรวจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ตัดกิ่งไม้ออกและเคลื่อนย้ายลำต้นที่หักโค่นเพื่อเปิดเส้นทางและเพิ่มความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเข้าให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มนักท่องเที่ยวและญาติ
การติดตามของผู้ว่าราชการจังหวัด
ต่อมา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาเพื่อสอบถามอาการและติดตามการรักษา พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบความปลอดภัยของต้นไม้และบริเวณโบราณสถานที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น
ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและคำแนะนำ
วัดพระศรีสรรเพชญ์เป็นโบราณสถานสำคัญของเมืองพระนครศรีอยุธยา มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าชมตลอดทั้งปี เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นความจำเป็นของการตรวจสอบและดูแลต้นไม้ใหญ่ภายในพื้นที่โบราณสถานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดกับผู้มาเยือน
- หน่วยงานท้องถิ่นและกรมศิลปากรควรจัดทำแผนตรวจสอบสุขภาพต้นไม้ประจำพื้นที่โบราณสถาน
- ขอให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามข้อแนะนำของเจ้าหน้าที่ และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ต้นไม้ใหญ่ที่มีสภาพผุหรือมีการตีเส้นกั้น
- ผู้ประกอบการนำเที่ยวควรแจ้งนักท่องเที่ยวให้ทราบถึงมาตรการด้านความปลอดภัยของสถานที่
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของทั้งสิ่งแวดล้อมและโครงสร้างทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ การดูแลรักษาต้นไม้เก่าแก่ในโบราณสถานจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการอนุรักษ์โบราณวัตถุและการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
รายงานจากพื้นที่จะติดตามความคืบหน้าในการตรวจสอบสาเหตุอย่างเป็นทางการ และอาการของผู้บาดเจ็บต่อไป