วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2569 ที่เรือนจำชั่วคราวเขาบางริ้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง มีการจัดพิธีเปิดโครงการ บ้านกึ่งวิถี “บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส” โดย พ.ต.ท. ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นประธาน งานนี้มีผู้บริหารระดับจังหวัด ภาคีเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน และอาสาสมัครราชทัณฑ์ร่วมงานอย่างคับคั่ง
จุดประสงค์และแนวทางการทำงาน
โครงการนี้วางหลักการเป็นทั้งสถานที่พักชั่วคราวและเป็นสะพานเชื่อมกลุ่มผู้พ้นโทษกับสังคมด้านนอก โดยมุ่งให้ผู้พ้นโทษมีระยะเวลาและพื้นที่สำหรับปรับตัว ฝึกอาชีพ และเตรียมความพร้อมในการหางานทำหลังพ้นโทษ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการหวนกลับไปกระทำผิดซ้ำในอนาคต
“บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือผู้พ้นโทษ โดยเป็นทั้งที่พักพิงชั่วคราวและสะพานเชื่อมระหว่างเรือนจำกับชุมชน ช่วยให้ผู้พ้นโทษมีเวลาในการปรับตัว เตรียมความพร้อม และเริ่มต้นชีวิตใหม่”
คำกล่าวของอธิบดีกรมราชทัณฑ์สะท้อนทิศทางการบริหารจัดการในระดับนโยบายที่เน้นการฟื้นฟูและการสร้างโอกาส มากกว่าการลงโทษเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันจังหวัดระนองย้ำเจตนารมณ์สนับสนุนโครงการเพื่อไม่ทอดทิ้งผู้ใดไว้เบื้องหลัง
รูปแบบการดำเนินงานและความร่วมมือ
เรือนจำจังหวัดระนองระบุว่าโครงการขับเคลื่อนบนแนวคิด “3 มิติแห่งโอกาส” ซึ่งประกอบด้วยการคัดกรองและฝึกทักษะอาชีพ การจัดตั้งบ้านกึ่งวิถีเป็นสะพานเชื่อม และการส่งเสริมอาชีพสุจริต โดยมีการดำเนินงานเป็น 3 รูปแบบที่แตกต่างกันตามบริบทของผู้เข้าร่วม
- บ้านกึ่งวิถีในสถานประกอบการ
- บ้านกึ่งวิถีร่วมกับภาคีเครือข่าย
- บ้านกึ่งวิถีภายในเรือนจำชั่วคราวเขาบางริ้น
นอกจากนี้ เรือนจำได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับเครือข่ายจำนวน 8 องค์กร เพื่อร่วมกันจัดหางาน อบรมอาชีพ และให้การสงเคราะห์แก่ผู้พ้นโทษในเชิงปฏิบัติ
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อโครงการ | บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส (บ้านกึ่งวิถี) |
| สถานที่เปิด | เรือนจำชั่วคราวเขาบางริ้น จังหวัดระนอง |
| หน่วยงานหลัก | กรมราชทัณฑ์ ร่วมกับเรือนจำจังหวัดระนอง และเครือข่าย 8 องค์กร |
ผลกระทบเชิงสังคมและคำถามที่ต้องตามต่อ
การตั้งบ้านกึ่งวิถีมีความสำคัญในมิติทางสังคม ทั้งการลดภาระระบบยุติธรรม การลดความเสี่ยงต่อการกลับมาทำผิดซ้ำ และการเพิ่มโอกาสในการพึ่งพาตนเองของผู้พ้นโทษ แต่ความสำเร็จขึ้นกับระบบการคัดกรอง การฝึกอบรมที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน และการติดตามผลหลังการพ้นโทษ
คำถามสำคัญที่ยังต้องติดตามคือการประเมินผลเชิงปริมาณว่าผู้ผ่านโครงการสามารถหางานและรักษารายได้ในระยะยาวได้มากเพียงใด และมีมาตรการใดในการป้องกันการถูกเลือกปฏิบัติหรือเหยียดหยามจากสังคมเมื่อกลับคืนชุมชน
มุมมองของจังหวัดและความหวังของชุมชน
ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองได้เน้นย้ำเจตนารมณ์ของจังหวัดในการสนับสนุนการฝึกอาชีพและพัฒนาทักษะ เพื่อให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ใกล้พ้นโทษมีโอกาสประกอบอาชีพที่สุจริตและมีรายได้ที่มั่นคง ขณะที่ภาคีเครือข่ายและอาสาสมัครราชทัณฑ์ถูกเชิญเข้ามาทำงานร่วมกันเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่
สำหรับภาคชุมชน การยอมรับและให้โอกาสคนที่กลับมาจากเรือนจำเป็นปัจจัยสำคัญ หากขาดการบูรณาการหนุนหลังจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม โครงการอาจไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
โครงการบ้านกึ่งวิถีของเรือนจำระนองจึงเป็นความพยายามเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติที่จะตอบคำถามว่าระบบราชทัณฑ์สามารถเป็นเครื่องมือหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ การติดตามผลเชิงปฏิบัติการและการเปิดเผยข้อมูลเชิงประจักษ์จะเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินความสำเร็จต่อไป