เศรษฐกิจ เมืองระนอง ระนอง (72)

ยุทธศาสตร์เชื่อมอันดามัน ดันระนองเป็นประตูการค้าเชื่อม BIMSTEC ลดต้นทุนโลจิสติกส์

การผลักดันท่าเรือระนองเชื่อมโยงเส้นทางเมียนมา–บังกลาเทศ–อินเดีย ภายใต้กรอบ BIMSTEC ถูกหยิบขึ้นมาหารือในวงอาเซียน-โลจิสติกส์ โดยเสนอให้ระนองยกระดับเป็นท่าระดับสากล เพื่อลดคอขวดและต้นทุนการขนส่งระหว่างมหาสมุทรอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ยุทธศาสตร์เชื่อมอันดามัน ดันระนองเป็นประตูการค้าเชื่อม BIMSTEC ลดต้นทุนโลจิสติกส์
©ภาพประกอบ วราภรณ์ บุญมี / we-news.com

ระนอง — การประชุมกลุ่มงานอาเซียนด้านโลจิสติกส์เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ชูประเด็นการใช้จังหวัดระนองเป็นหนึ่งในประตูเชื่อมต่อเส้นทางการค้าไปยังประเทศกลุ่มรอบอ่าวเบงกอล (BIMSTEC) โดยผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนเสนอให้ปรับยุทธศาสตร์เพื่อแก้ปัญหา "คอขวด" ทางโลจิสติกส์ และลดต้นทุนการขนส่งระหว่างภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จุดยืนจากเวทีอาเซียน-โลจิสติกส์

แหล่งข่าวจากการประชุมระบุว่า มีการหยิบยกเส้นทางทั้งทางบกและทางทะเลที่เกี่ยวข้องกับเมียนมาเป็นแกนกลางของความเชื่อมโยง โดยหนึ่งในแนวทางที่ถูกกล่าวถึงคือเส้นทางทะเลจากท่าเรือระนอง-ย่างกุ้ง-จิตตะกอง (พอร์ตในบังกลาเทศ) ซึ่งหากสามารถยกระดับขีดความสามารถของท่าเรือระนอง จะช่วยให้การขนส่งระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้มีความคล่องตัวมากขึ้น

ข้อเสนอและความเป็นไปได้

การยกระดับระนองให้เป็นท่าระดับสากลถูกมองว่าเป็นทางลัดทางยุทธศาสตร์เมื่อเทียบกับการรอผลจากเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ เช่น แผนแลนด์บริดจ์ ซึ่งยังมีข้อถกเถียงทั้งเรื่องต้นทุนและผลกระทบในระยะยาว แหล่งข่าวระบุว่า การมองหาจุดเชื่อมต่อตามชัยภูมิทางภูมิศาสตร์ (natural gateway) อย่างระนองและการประสานกับแผนการพัฒนาท่าเรือของเมียนมา อาจให้ผลได้ในระยะสั้น-กลาง

ผลกระทบต่อจังหวัดระนอง

หากข้อเสนอการยกระดับท่าเรือระนองเดินหน้าได้ จะมีผลต่อหลายด้านในจังหวัด ได้แก่

  • โอกาสขยายกิจกรรมด้านการค้าและโลจิสติกส์ ทั้งการขนส่งสินค้าและคลังสินค้า
  • ความต้องการแรงงานทักษะใหม่ในภาคขนส่งและการบริการท่าเรือ
  • แรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานท้องถิ่น เช่น ถนนเชื่อมต่อและบริการสาธารณูปโภค

ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการและนักวิเคราะห์เตือนว่าการยกระดับท่าเรือจะต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้การลงทุนเกิดความคุ้มค่าในระยะยาว

ภาพรวมเส้นทางที่ถูกหยิบยก

จากการประชุมมีการนำเสนอเส้นทางหลักที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงภูมิภาคดังตารางด้านล่าง

ประเภทเส้นทาง ตัวอย่างเส้นทาง บทบาทที่เสนอ
ทางทะเล ท่าเรือระนอง – ย่างกุ้ง – จิตตะกอง ช่องทางขนส่งระหว่างภูมิภาค ลดความยาวเส้นทางและเวลา
ทางบก เส้นทางสามฝ่าย ไทย–เมียนมา–อินเดีย เชื่อมต่อทางบกสู่ตลาดอินเดียและบังกลาเทศ

ข้อควรพิจารณาด้านนโยบาย

ผู้ที่มีบทบาททั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนถูกเรียกร้องให้พิจารณาองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

  • การประสานความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคทั้งด้านการลงทุนและมาตรฐานการดำเนินงานท่าเรือ
  • การวางแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และแรงงานให้สอดคล้องกับงานด้านโลจิสติกส์
  • การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการออกแบบมาตรการลดผลกระทบ

ผู้แทนจากภาคเอกชนที่เข้าร่วมเสวนาเสนอว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโครงการขนาดใหญ่ การมุ่งปรับประสิทธิภาพและยกระดับท่าเรือที่มีอยู่แล้วอาจให้ผลที่จับต้องได้เร็วกว่า

สำหรับจังหวัดระนอง บทบาทในฐานะประตูสู่เส้นทาง BIMSTEC จำเป็นต้องมีความร่วมมือทั้งในระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การกำกับดูแล และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หากทำได้ จะไม่เพียงแต่ลดต้นทุนโลจิสติกส์ แต่ยังเพิ่มโอกาสทางการค้าที่เชื่อมกับตลาดขนาดใหญ่ของเอเชียใต้

อนึ่ง ความคืบหน้าเชิงรูปธรรมของข้อเสนอเหล่านี้ยังขึ้นกับนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการหารือระหว่างประเทศคู่ขนานที่เกี่ยวข้องในภูมิภาค BIMSTEC

วราภรณ์ บุญมี
วราภรณ์ AI บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ วราภรณ์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

72ระนอง

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ระนอง ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว