ระนอง — การประชุมกลุ่มงานอาเซียนด้านโลจิสติกส์เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ชูประเด็นการใช้จังหวัดระนองเป็นหนึ่งในประตูเชื่อมต่อเส้นทางการค้าไปยังประเทศกลุ่มรอบอ่าวเบงกอล (BIMSTEC) โดยผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนเสนอให้ปรับยุทธศาสตร์เพื่อแก้ปัญหา "คอขวด" ทางโลจิสติกส์ และลดต้นทุนการขนส่งระหว่างภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จุดยืนจากเวทีอาเซียน-โลจิสติกส์
แหล่งข่าวจากการประชุมระบุว่า มีการหยิบยกเส้นทางทั้งทางบกและทางทะเลที่เกี่ยวข้องกับเมียนมาเป็นแกนกลางของความเชื่อมโยง โดยหนึ่งในแนวทางที่ถูกกล่าวถึงคือเส้นทางทะเลจากท่าเรือระนอง-ย่างกุ้ง-จิตตะกอง (พอร์ตในบังกลาเทศ) ซึ่งหากสามารถยกระดับขีดความสามารถของท่าเรือระนอง จะช่วยให้การขนส่งระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้มีความคล่องตัวมากขึ้น
ข้อเสนอและความเป็นไปได้
การยกระดับระนองให้เป็นท่าระดับสากลถูกมองว่าเป็นทางลัดทางยุทธศาสตร์เมื่อเทียบกับการรอผลจากเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ เช่น แผนแลนด์บริดจ์ ซึ่งยังมีข้อถกเถียงทั้งเรื่องต้นทุนและผลกระทบในระยะยาว แหล่งข่าวระบุว่า การมองหาจุดเชื่อมต่อตามชัยภูมิทางภูมิศาสตร์ (natural gateway) อย่างระนองและการประสานกับแผนการพัฒนาท่าเรือของเมียนมา อาจให้ผลได้ในระยะสั้น-กลาง
ผลกระทบต่อจังหวัดระนอง
หากข้อเสนอการยกระดับท่าเรือระนองเดินหน้าได้ จะมีผลต่อหลายด้านในจังหวัด ได้แก่
- โอกาสขยายกิจกรรมด้านการค้าและโลจิสติกส์ ทั้งการขนส่งสินค้าและคลังสินค้า
- ความต้องการแรงงานทักษะใหม่ในภาคขนส่งและการบริการท่าเรือ
- แรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานท้องถิ่น เช่น ถนนเชื่อมต่อและบริการสาธารณูปโภค
ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการและนักวิเคราะห์เตือนว่าการยกระดับท่าเรือจะต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้การลงทุนเกิดความคุ้มค่าในระยะยาว
ภาพรวมเส้นทางที่ถูกหยิบยก
จากการประชุมมีการนำเสนอเส้นทางหลักที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงภูมิภาคดังตารางด้านล่าง
| ประเภทเส้นทาง | ตัวอย่างเส้นทาง | บทบาทที่เสนอ |
|---|---|---|
| ทางทะเล | ท่าเรือระนอง – ย่างกุ้ง – จิตตะกอง | ช่องทางขนส่งระหว่างภูมิภาค ลดความยาวเส้นทางและเวลา |
| ทางบก | เส้นทางสามฝ่าย ไทย–เมียนมา–อินเดีย | เชื่อมต่อทางบกสู่ตลาดอินเดียและบังกลาเทศ |
ข้อควรพิจารณาด้านนโยบาย
ผู้ที่มีบทบาททั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนถูกเรียกร้องให้พิจารณาองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
- การประสานความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคทั้งด้านการลงทุนและมาตรฐานการดำเนินงานท่าเรือ
- การวางแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และแรงงานให้สอดคล้องกับงานด้านโลจิสติกส์
- การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการออกแบบมาตรการลดผลกระทบ
ผู้แทนจากภาคเอกชนที่เข้าร่วมเสวนาเสนอว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโครงการขนาดใหญ่ การมุ่งปรับประสิทธิภาพและยกระดับท่าเรือที่มีอยู่แล้วอาจให้ผลที่จับต้องได้เร็วกว่า
สำหรับจังหวัดระนอง บทบาทในฐานะประตูสู่เส้นทาง BIMSTEC จำเป็นต้องมีความร่วมมือทั้งในระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การกำกับดูแล และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หากทำได้ จะไม่เพียงแต่ลดต้นทุนโลจิสติกส์ แต่ยังเพิ่มโอกาสทางการค้าที่เชื่อมกับตลาดขนาดใหญ่ของเอเชียใต้
อนึ่ง ความคืบหน้าเชิงรูปธรรมของข้อเสนอเหล่านี้ยังขึ้นกับนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการหารือระหว่างประเทศคู่ขนานที่เกี่ยวข้องในภูมิภาค BIMSTEC