บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เดินหน้าสนับสนุนสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านพลังงานแก่ชุมชนห่างไกล ด้วยการส่งมอบและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ บ้านแหลมนาว ตำบลนาคา อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ภายใต้โครงการ “Green Energy Green Network for THAIs” ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ 3 ของปี พ.ศ.2569 ที่บริษัทดำเนินการ
ความจำเป็นของพื้นที่และผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่
บ้านแหลมนาวเป็นชุมชนมุสลิมเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน มีลักษณะเป็นแหลมทอดยาวตามแนวชายฝั่งทะเลอันดามัน ปัจจุบันมีครัวเรือนประมาณ 57 หลังคาเรือน และประชากรราว 236 คน ชุมชนมีศูนย์รวมทางจิตใจคือมัสยิดนูรุ้ลอิสลาม และมีโรงเรียนประถมศึกษาบ้านแหลมนาวซึ่งมีนักเรียนจำนวน 38 คน
ก่อนหน้านี้ชุมชนต้องพึ่งพาเครื่องปั่นไฟขนาด 5 กิโลวัตต์ ที่ใช้เชื้อเพลิงเบนซินเป็นแหล่งจ่ายไฟหลัก โดยสามารถให้บริการไฟแก่บ้านเรือนเพียงวันละ 4 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 18.00–22.00 น. และชาวบ้านต้องร่วมจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงคืนละ 10 บาทต่อครัวเรือน นอกจากนี้ ชุดโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กบางชุดที่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐมีสภาพชำรุดจากการใช้งานมานานและมีประสิทธิภาพลดลง
เป้าหมายของโครงการและการเชื่อมโยงชุมชน
การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์จาก GULF มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพิ่มชั่วโมงการเข้าถึงไฟฟ้าของครัวเรือน ส่งเสริมการศึกษา และช่วยรองรับการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวชุมชนและธุรกิจโฮมสเตย์ที่เป็นรายได้หลักของชาวบ้าน นอกจากลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลแล้ว โครงการยังเน้นการยกระดับความยั่งยืนด้านพลังงานให้กับพื้นที่ริมชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศและราคาน้ำมันที่ผันผวน
“บ้านแหลมนาวเป็นชุมชนชาวไทยมุสลิมที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 300 ปี... ปัจจุบันมีครัวเรือนอาศัยอยู่ราว 57 หลังคาเรือน ประชากรราว 236 คน”
สภาพเศรษฐกิจและอาชีพของชุมชน
ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ใช้เรือหางยาวขนาดเล็กออกวางอวนและวางเบ็ดในยามค่ำคืนก่อนนำสัตว์น้ำไปขายให้พ่อค้าคนกลางในตอนเช้า นอกจากการประมงแล้วยังมีการทำสวนสะตอและสวนยางพารา ซึ่งการมีไฟฟ้าใช้อย่างสม่ำเสมอจะส่งผลต่อการเก็บรักษาและแปรรูปผลิตผล ตลอดจนเพิ่มความพร้อมให้กับที่พักโฮมสเตย์เมื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว
รายละเอียดเชิงตัวเลขของชุมชน
| ข้อมูล | จำนวน |
|---|---|
| ครัวเรือน | 57 หลังคาเรือน |
| ประชากร | 236 คน |
| นักเรียนในโรงเรียนประถม | 38 คน |
| เครื่องปั่นไฟเดิม | 5 กิโลวัตต์ |
| ชั่วโมงไฟที่ได้รับก่อนหน้า | 4 ชั่วโมง/คืน (18.00–22.00 น.) |
ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและข้อสังเกต
การมีระบบโซลาร์เซลล์ที่เสถียรสามารถช่วยลดภาระด้านค่าน้ำมันและเพิ่มชั่วโมงการใช้งานไฟฟ้าให้กับครัวเรือน โรงเรียน และสถานที่ศาสนา ซึ่งจะช่วยให้กิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชนดำเนินต่อเนื่องได้สะดวกขึ้น ทั้งด้านการศึกษา การแปรรูปอาหารทะเล และการบริการนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จคือการบำรุงรักษาและการถ่ายทอดความรู้ให้ชุมชนเพื่อดูแลระบบเอง และการออกแบบระบบให้ทนทานต่อสภาพอากาศฝนตกชุกซึ่งเป็นลักษณะของจังหวัดระนอง
ประเด็นที่ควรติดตาม
- ระยะเวลาและรายละเอียดการส่งมอบระบบจาก GULF รวมทั้งการฝึกอบรมชุมชน
- ผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายครัวเรือนในระยะยาว
- การเชื่อมโยงกับการฟื้นฟูการท่องเที่ยวชุมชนและโฮมสเตย์
การส่งมอบโครงการพลังงานสะอาดครั้งนี้สะท้อนทิศทางการนำเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนมาใช้แก้ไขปัญหาพื้นฐานของชุมชนชายฝั่ง และเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อสร้างความยั่งยืนของเศรษฐกิจชุมชน สถานการณ์ต่อจากนี้จะขึ้นกับการติดตามผลการใช้งานจริงและการรวมกลุ่มของคนในพื้นที่เพื่อดูแลทรัพยากรดังกล่าวร่วมกัน