เศรษฐกิจ ระนอง ระนอง (72)

ท่าเรือระนองรองรับเรือใหญ่เป็นครั้งแรก ขณะที่สงขลาติดตั้งเครน STS เปิดประตูการค้าภาคใต้

กระทรวงคมนาคมยกระดับศักยภาพท่าเรือภาคใต้ ฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ท่าเรือระนองรองรับเรือสินค้าขนาด 5,725 ตันกรอส และรองรับตู้คอนเทนเนอร์กว่า 400 ตู้ ขณะที่ท่าเรือสงขลาติดตั้งปั้นจั่นหน้างาน STS จำนวน 2 ตัว อยู่ระหว่างทดสอบระบบ คาดช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์และขยายตลาดส่งออกสู่เอเชียใต้-เอเชียตะวันออก

ท่าเรือระนองรองรับเรือใหญ่เป็นครั้งแรก ขณะที่สงขลาติดตั้งเครน STS เปิดประตูการค้าภาคใต้
©ภาพประกอบ วราภรณ์ บุญมี / we-news.com

15 กันยายน พ.ศ.2569 กระทรวงคมนาคมรายงานความคืบหน้าการพัฒนาท่าเรือภาคใต้ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย โดยมีรายละเอียดสำคัญคือ ท่าเรือระนองสามารถรองรับเรือสินค้าขนาด 5,725 ตันกรอสได้เป็นครั้งแรกของจังหวัด และมีศักยภาพรองรับตู้คอนเทนเนอร์กว่า 400 ตู้ ขณะเดียวกัน ท่าเรือสงขลาได้ติดตั้งปั้นจั่นหน้าท่า หรือ Ship to Shore Crane (STS) จำนวน 2 ตัว อยู่ระหว่างการทดสอบระบบ ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ

เป้าหมายเชื่อมโยงการค้า-ลดต้นทุนโลจิสติกส์

การยกระดับท่าเรือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเชื่อมโยงโครงข่ายขนส่งทางน้ำของกระทรวงคมนาคมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับการส่งออกสินค้าไทย ขยายเส้นทางการค้า และลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรแปรรูปและยางพาราที่เป็นสินค้าสำคัญของภาคใต้

ฝั่งอันดามัน: จุดเปลี่ยนสำหรับระนอง

สำหรับฝั่งอันดามัน กระทรวงระบุว่า จุดเด่นของท่าเรือระนองในครั้งนี้คือความสามารถในการรองรับเรือขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งจะเอื้อให้เกิดเส้นทางการค้าระหว่าง ระนอง-จิตตะกอง เพื่อเชื่อมไทยกับบังกลาเทศและประเทศในกลุ่ม BIMSTEC การขยายศักยภาพดังกล่าวสอดคล้องกับการผลักดันโครงการที่เรียกว่า Ranong Gateway เพื่อให้ระนองเป็นประตูการค้าของอันดามัน

“ระนอง-จิตตะกอง” และ “Ranong Gateway” เป็นแนวคิดการขยายเส้นทางการค้าที่กระทรวงผลักดัน

ฝั่งอ่าวไทย: สงขลาติดตั้งเครน STS เพิ่มความคล่องตัว

ที่ท่าเรือสงขลา การติดตั้งเครน STS จำนวน 2 ตัวจะช่วยลดข้อจำกัดด้านการขนถ่าย โดยเฉพาะเมื่อรับเรือที่ไม่มีเครนประจำเรือ (no gear vessels) ส่งผลให้ความรวดเร็วในการยกตู้สินค้าสูงขึ้น ลดเวลาเทียบท่า และเพิ่มความสามารถรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ได้มากขึ้น ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการส่งออกของสินค้าที่มาจากภาคใต้

ผลกระทบต่อภาคธุรกิจท้องถิ่นและผู้ส่งออก

การยกระดับท่าเรือทั้งสองฝั่งคาดว่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการส่งออกมีทางเลือกในการขนส่งเพิ่มขึ้น ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเปิดตลาดใหม่ นอกจากนี้ยังเป็นสัญญาณที่ดีต่อการลงทุนของสายการเดินเรือและผู้ประกอบการโลจิสติกส์ในภูมิภาค

  • ท่าเรือระนอง: รองรับเรือขนาด 5,725 ตันกรอส และตู้คอนเทนเนอร์กว่า 400 ตู้
  • ท่าเรือสงขลา: ติดตั้งปั้นจั่น STS จำนวน 2 ตัว กำลังทดสอบระบบ
  • เป้าหมายเชื่อมโยงการค้า: ขยายเส้นทางสู่เอเชียใต้และเอเชียตะวันออก

ขั้นตอนถัดไปและความพร้อมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยร่วมกับผู้ประกอบการและสายการเดินเรือเร่งพัฒนาเครื่องมือทุ่นแรง ระบบบริการ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อให้การเปิดเส้นทางการค้าใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น สำหรับท่าเรือสงขลาอยู่ระหว่างทดสอบระบบเครน STS เพื่อเตรียมรับมือการให้บริการเต็มรูปแบบในเร็ว ๆ นี้

ความท้าทายและประเด็นที่ต้องติดตาม

แม้การติดตั้งและการรองรับเรือขนาดใหญ่จะเป็นความก้าวหน้า แต่ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่ การจัดการโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อภายในจังหวัด เช่น ถนนและคลังสินค้า ระบบตรวจสอบศุลกากร และการพัฒนากำลังคนด้านการขนถ่ายเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการแปลงศักยภาพท่าเรือเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจจริง

การพัฒนาท่าเรือระนองและสงขลาเป็นสัญญาณว่ากระทรวงคมนาคมตั้งใจผลักดันให้ภาคใต้เป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ในระดับภูมิภาค หากการดำเนินงานตามแผนเป็นไปตามเป้า ภาคใต้จะได้รับประโยชน์ทั้งด้านการจ้างงาน การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูป และการดึงการลงทุนด้านโลจิสติกส์เข้าสู่พื้นที่

วราภรณ์ บุญมี
วราภรณ์ AI บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ วราภรณ์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

72ระนอง

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ระนอง ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว