จังหวัดระนองจัดการประชุมคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำขุ่นในแม่น้ำกระบุรี ซึ่งเป็นลำน้ำกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับเมียนมา เป็นครั้งแรกเพื่อติดตามสถานการณ์หลังจากที่ประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนมายาวนานกว่า เจ็ดปี ว่าน้ำไม่สามารถใช้ได้ตามปกติ
สถานการณ์และผลตรวจวัดคุณภาพน้ำ
ข้อมูลจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 ซึ่งร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ ระบุว่า ในจุดรับน้ำจากฝั่งเมียนมาพบค่าความขุ่นสูงถึง 209 NTU ขณะที่ต้นน้ำฝั่งไทยมีค่าความขุ่นเพียง 12–16 NTU ซึ่งสูงเกินระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศ
ผู้ร่วมประชุมและความกังวลของชุมชน
การประชุมมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ได้แก่ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประมง สาธารณสุข อุตสาหกรรม ศุลกากร กองทัพและกอ.รมน. รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายรักษ์แม่น้ำกระบุรี และผู้นำชุมชน โดยมี นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานการประชุม
ตัวแทนชุมชนซึ่งเป็นสมาชิก อบต. หมู่ 5 ตำบลปากจั่น ให้ความเห็นว่าพื้นที่เคยมีน้ำใสจนสามารถลงเล่นและจัดกิจกรรมได้ แต่หลังจากเกิดปัญหาน้ำขุ่นจิตใจของคนในชุมชนย่ำแย่ จึงต้องการเห็นการฟื้นฟูสภาพน้ำให้กลับมาใสสะอาด
"ตนอาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำกระบุรีมาตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนน้ำใสสะอาด ... ตอนนี้น้ำขุ่นรู้สึกว่าจิตใจไม่ค่อยดี ต้องการให้แม่น้ำกลับมาใสสะอาด"
มาตรการเร่งด่วนที่จังหวัดวางไว้
ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนหลายด้านเพื่อควบคุมสถานการณ์เบื้องต้น โดยมีข้อเสนอที่ชัดเจนดังนี้
- ให้บริษัทนำเข้าแร่จำนวน 5 บริษัท เข้าไปพูดคุยกับเหมืองต้นทางเพื่อให้มีการบำบัดน้ำก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำ
- ประสานหน่วยงานความมั่นคงของฝั่งเมียนมาให้ตรวจสอบกิจกรรมที่อาจก่อมลพิษบริเวณต้นน้ำ
- งัดมาตรการอื่น ๆ อีกหลายข้อเพื่อลดผลกระทบทันทีและเร่งตรวจสอบเชิงลึก
ข้อเสนอจากเครือข่ายรักษ์แม่น้ำกระบุรี
เครือข่ายรักษ์แม่น้ำกระบุรีได้นำเสนอข้อเรียกร้องจำนวน 10 ข้อซึ่งครอบคลุมทั้งการเฝ้าระวัง ป้องกัน และการฟื้นฟู โดยสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้
- ยกระดับปัญหาเป็นวาระแห่งชาติและให้มีการประชุมคณะทำงานร่วมกันเป็นประจำ
- เปิดเผยผลการประชุมต่อสาธารณะเพื่อความโปร่งใส
- เฝ้าระวังสุขภาพประชาชนและตรวจวัดคุณภาพน้ำรวมถึงตะกอนดินเป็นระยะ
- ตรวจหาสารตกค้างในสัตว์น้ำทุก 6 เดือนและศึกษาผลกระทบต่อระบบนิเวศ สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชน
- จัดทำฐานข้อมูลสาธารณะและจัดสรรงบประมาณเฉพาะสำหรับการเฝ้าระวัง วิจัย และฟื้นฟู
ผลกระทบและประเด็นที่ต้องติดตาม
ความขุ่นของน้ำในระดับสูงมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ การสะสมของสารพิษในห่วงโซ่อาหาร และผลกระทบต่ออาชีพประมงพื้นบ้านที่ชุมชนพึ่งพาเป็นหลัก หากไม่มีการดำเนินการที่เป็นระบบและต่อเนื่อง ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสุขภาพอาจขยายวงกว้างขึ้น
| ตำแหน่งที่ตรวจ | ค่าความขุ่น (NTU) |
|---|---|
| จุดรับน้ำจากฝั่งเมียนมา | 209 |
| ต้นน้ำฝั่งไทย | 12–16 |
คำถามเชิงนโยบายและแนวทางต่อไป
การแก้ปัญหานี้เกี่ยวข้องกับหลายมิติ ทั้งการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ การตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานแร่ การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานเมียนมา และการเสริมศักยภาพชุมชนในการเฝ้าระวัง ต่อไปจังหวัดระนองจะต้องสรุปผลการประชุม ส่งมอบข้อเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามการดำเนินการของบริษัทนำเข้าแร่อย่างใกล้ชิด
ประชาชนในพื้นที่และนักอนุรักษ์เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลการตรวจวัดอย่างสม่ำเสมอและมีแผนฟื้นฟูที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้แม่น้ำกระบุรีกลับมาสู่สภาพที่ใช้ประโยชน์ได้และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของชุมชน