กรมทางหลวงของเวียดนามแจ้งว่า ระบบเก็บค่าผ่านทางสำหรับโครงการย่อยจำนวน 5 สายของทางด่วนเหนือ-ใต้ ช่วงตะวันออก (ระยะปี 2021-2025) พร้อมเริ่มให้บริการและจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมอย่างเป็นทางการตั้งแต่เวลา 14.00 น. ของวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป
รายละเอียดโครงการย่อยที่เริ่มเก็บค่าผ่านทาง
การเก็บค่าผ่านทางครอบคลุมโครงการย่อยทั้งห้า ซึ่งเป็นช่วงเชื่อมต่อสำคัญในเส้นทางเหนือ-ใต้ช่วงตะวันออก โดยกรมทางหลวงระบุว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและการบริหารจัดการเรียบร้อยแล้ว โครงการย่อยทั้งห้าประกอบด้วย:
- Quang Ngai - Hoai Nhon
- Hoai Nhon - Quy Nhon
- Quy Nhon - Chi Thanh
- Chi Thanh - Van Phong
- Van Phong - Nha Trang (ญาตรัง)
กรมทางหลวงแจ้งว่า การเก็บค่าผ่านทางเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บค่าผ่านทางสำหรับยานพาหนะบนทางด่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ โดยรัฐเป็นผู้แทนเจ้าของและบริหารจัดการโดยตรง
ที่มาของการสั่งการและกำหนดเวลา
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีได้ออกประกาศในหนังสือเลขที่ 343/TB-VPCP ลงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ให้อำนาจและกำหนดเวลาในการเริ่มจัดเก็บค่าผ่านทางสำหรับโครงการส่วนประกอบการลงทุนของทางด่วนเหนือ-ใต้ (ส่วนตะวันออก) โดยมอบกรอบเวลาสำหรับการเปิดใช้ระบบและการจัดเก็บตามแผนงานที่กำหนด
ตามประกาศดังกล่าว โครงการย่อยชุดหนึ่งซึ่งครอบคลุมช่วงจากบายวอตถึงกัมโลได้ดำเนินการแล้วและเริ่มเก็บค่าผ่านทาง ส่วนอีกชุดหนึ่งซึ่งรวมถึงช่วงจากกวางงายถึงญาตรัง ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จและเริ่มจัดเก็บก่อนวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งกรมทางหลวงระบุว่าได้เร่งรัดการปฏิบัติและทำให้ระบบพร้อมใช้ก่อนกำหนด
แนวทางการปฏิบัติสำหรับผู้ใช้ทาง
เพื่อให้การเก็บค่าผ่านทางดำเนินไปอย่างปลอดภัยและราบรื่น กรมทางหลวงขอความร่วมมือจากผู้ใช้ทางให้ปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้
- ติดตั้งอุปกรณ์เก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETC) ตามที่กำหนด
- เติมเงินในบัญชีชำระเงินแบบไร้เงินสดให้เพียงพอก่อนใช้ทางด่วน
- ปฏิบัติตามป้ายจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่บริเวณด่าน
- เคารพข้อกำหนดน้ำหนักบรรทุกสูงสุดของยานพาหนะ เพื่อความปลอดภัยและลดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นทาง
กรมทางหลวงชี้แจงด้วยว่า การเปิดเก็บค่าผ่านทางจะช่วยให้รัฐสามารถบริหารจัดการ การบำรุงรักษา และการให้บริการบนโครงข่ายทางด่วนได้อย่างต่อเนื่อง ตามบทบาทของรัฐที่เป็นเจ้าของและผู้บริหารระบบ
ผลกระทบและความคาดหวัง
การเริ่มเก็บค่าผ่านทางในช่วงที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดสำคัญของภาคกลางถึงชายฝั่งตะวันออกอาจส่งผลต่อค่าครองชีพและต้นทุนการขนส่งสินค้า ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่ในมุมกลับ การมีระบบทางด่วนที่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอสามารถลดเวลาการเดินทาง เพิ่มความปลอดภัย และส่งเสริมการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาคได้
| หัวข้อ | สถานะ |
|---|---|
| จำนวนโครงการย่อยที่เริ่มเก็บ | 5 สาย |
| วัน-เวลาที่เริ่มเก็บ | 14.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569 |
| คำสั่งจากนายกรัฐมนตรี | ประกาศเลขที่ 343/TB-VPCP ลงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 |
กรมทางหลวงยังเน้นย้ำว่าการจัดเก็บค่าผ่านทางต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ เพื่อนำรายได้ไปใช้ในการบำรุงรักษาและการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ผู้ใช้ทางที่มีข้อสงสัยสามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัตราค่าผ่านทาง ช่องทางการชำระเงิน และข้อยกเว้นตามประเภทยานพาหนะ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการปฏิบัติตามแผนการขยายและพัฒนาทางด่วนของประเทศ ซึ่งมีความหมายทั้งในเชิงการเชื่อมโยงภูมิภาคและการบริหารจัดการทรัพยากรโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว