เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เกิดเหตุต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งระบุว่าเป็น ต้นนกยูง ล้มทับบริเวณทางเดินข้างวัดพระศรีสรรเพชญ์ ภายในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวสเปนจำนวน 4 ราย ได้รับบาดเจ็บ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงส่งผู้บริหารลงพื้นที่ติดตามอาการและสั่งการมาตรการเยียวยาอย่างใกล้ชิด
ติดตามอาการผู้บาดเจ็บและมาตรการดูแล
วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมสั่งการให้หน่วยงานภายใต้กระทรวงเร่งประสานกับกรมศิลปากรและอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเพื่อสำรวจสภาพต้นไม้ใหญ่ตามเส้นทางสัญจรภายในพื้นที่โบราณสถาน
รายงานจากโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ระบุอาการของผู้บาดเจ็บทั้ง 4 ราย แยกเป็นรายละเอียดดังนี้
- ชาย 1 ราย เข้ารับการผ่าตัดเรียบร้อย และพักรักษาตัวในห้องไอซียูเพื่อเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
- หญิง 1 ราย นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพื่อเฝ้าติดตามอาการ
- หญิง 2 ราย อยู่ในกลุ่มผู้บาดเจ็บเล็กน้อย (เคสเขียว) มีแผลถลอกและได้รับการล้างแผลสามารถกลับที่พักได้
| ผู้บาดเจ็บ | อาการ | สถานะการรักษา |
|---|---|---|
| ชาย (1 ราย) | บาดเจ็บรุนแรง ต้องผ่าตัด | พักรักษาใน ICU |
| หญิง (1 ราย) | บาดเจ็บปานกลาง | พักฟื้นใน รพ. |
| หญิง (2 ราย) | บาดเจ็บเล็กน้อย (ถลอก) | ได้รับการปฐมพยาบาลและกลับที่พักได้ |
การประสานงานและการป้องกันเหตุซ้ำ
หลังตรวจเยี่ยม นายสุรศักดิ์ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งการแพทย์และการท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกและให้การดูแลผู้บาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเน้นย้ำการสำรวจพื้นที่และติดตามสภาพต้นไม้ใหญ่ตามเส้นทางสัญจรในเขตโบราณสถานเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
"กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวทั้ง 4 ท่าน เราขอยืนยันว่าจะดูแลการรักษาและเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างดีที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีมาตรการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่รวดเร็ว และพร้อมดูแลความปลอดภัยให้กับแขกผู้มาเยือนในทุกสถานการณ์"
ในมุมของการท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลต่อนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการที่อาศัยรายได้จากการมาเยือนโบราณสถาน ขณะเดียวกันยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการต้นไม้ใหญ่อย่างเป็นระบบ ทั้งการประเมินความเสี่ยง การตัดแต่งกิ่งที่เป็นอันตราย และการติดตั้งป้ายเตือนหรือจัดเส้นทางทางเดินใหม่หากจำเป็น
ผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและข้อเสนอแนะ
พระนครศรีอยุธยาเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง การเกิดเหตุการณ์ต้นไม้นอกเหนือการคาดหมายเช่นนี้ อาจมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้มาเยือน หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เร่งดำเนินมาตรการป้องกันที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม
ข้อเสนอแนะเบื้องต้นที่ควรเร่งดำเนินการ ได้แก่
- การสำรวจสภาพรากและทรงพุ่มของต้นไม้ใหญ่โดยผู้เชี่ยวชาญ
- จัดทำแผนตัดแต่งหรือถอนต้นที่มีความเสี่ยงทันที
- ติดตั้งป้ายเตือนและจัดเส้นทางเดินคนให้ห่างจากต้นที่มีความเสี่ยง
สำหรับผู้ที่วางแผนมาท่องเที่ยวในพื้นที่ ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการและอุทยานประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิด หากพบเห็นต้นไม้ที่มีสภาพทรุดโทรม ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อให้ดำเนินการต่อไป
เหตุการณ์ครั้งนี้แม้จะเป็นเหตุสุดวิสัย แต่ก็ย้ำเตือนถึงความละเอียดอ่อนของการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มรดกโลก และความจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันทั้งการป้องกันและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยวของจังหวัดยังคงมั่นคงต่อไป