จังหวัดราชบุรี — เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกในพื้นที่อำเภอโพธาราม รายงานสภาพเดือดร้อนจากราคาปลาดุกที่ปรับลดลงต่อเนื่องจนเหลือเฉลี่ยเพียง 18 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ผู้เลี้ยงหลายรายประสบปัญหาขาดทุน และเกิดสินค้าค้างสต็อกภายในบ่อเป็นจำนวนมาก
สาเหตุและผลกระทบต่อเกษตรกร
แหล่งข่าวจากพื้นที่ระบุว่าราคาปลาดุกก่อนหน้านี้สามารถขายได้มากกว่า 40 บาทต่อกิโลกรัม แต่ปัจจุบันลดลงอย่างมาก ขณะที่พ่อค้าผู้รวบรวมรับซื้อในปริมาณจำกัด ทำให้เกษตรกรที่มีปลาในรอบจับพร้อมกันจำนวนมากต้องเผชิญกับความยากลำบากในการระบายผลผลิต
ตัวอย่างปัญหาในพื้นที่คือบางฟาร์มมีปลาพร้อมจับครั้งละ 5-10 ตัน แต่คำสั่งซื้อจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีเพียงประมาณ 500 กิโลกรัมถึง 1 ตัน ต่อครั้ง ทำให้เกิดสภาพที่ผู้เลี้ยงต้องให้อาหารปลาไปก่อนทั้งที่ปลาอยู่ในรอบจับแล้ว สร้างภาระด้านต้นทุนอาหารและค่าเลี้ยงดูต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน
มาตรการที่หน่วยงานรัฐดำเนินการ
นายอำนาจ จีนขาวขำ ประมงจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่าขณะนี้สำนักงานประมงจังหวัดได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรแล้ว และอยู่ระหว่างการประสานกับผู้ตรวจราชการกรมประมง เขต 3 รวมถึงสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อค้นหาผู้ประกอบการและช่องทางการตลาดเพิ่มเติม ทั้งในพื้นที่ราชบุรีและตลาดกลางขนาดใหญ่ เช่น ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี เพื่อเพิ่มช่องทางระบายผลผลิตและบรรเทาความเสียหายให้แก่เกษตรกร
“ปลาล้นบ่อ แต่ตลาดไม่พอรับ”
ประเด็นหลักที่หน่วยงานพบคือความไม่สมดุลระหว่างปริมาณผลผลิตกับความต้องการซื้อ ราคาที่ไม่สามารถตกลงกันได้ และปัญหาการขนส่ง โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องการขายแบบยกบ่อซึ่งมีปริมาณหลายตัน แต่ผู้ซื้อบางรายสั่งซื้อในปริมาณเล็กน้อยและไม่เดินทางมารับถึงฟาร์ม
สถานการณ์เชิงตัวเลข
| รายการ | ข้อมูลจากพื้นที่ |
|---|---|
| ราคาขายปัจจุบัน | 18 บาท/กก. |
| ราคาที่เคยขายได้ | มากกว่า 40 บาท/กก. |
| ปริมาณการสั่งซื้อของผู้ซื้อทั่วไป | ประมาณ 500 กก. – 1 ตัน ต่อครั้ง |
| ปริมาณปลาพร้อมจับต่อฟาร์ม | บางฟาร์ม 5–10 ตัน หรือมากกว่า |
ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและผู้บริโภค
การที่ผู้เลี้ยงไม่สามารถระบายผลผลิตได้ทันเวลา ส่งผลให้ต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้นและอาจสะท้อนไปยังผู้บริโภคในระยะต่อไปหากปริมาณปลาสดในตลาดผันผวน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการรายย่อยที่พึ่งพาการสั่งซื้อเป็นรอบมีความเสี่ยงด้านการจัดการโลจิสติกส์เมื่อจำเป็นต้องรับสินค้าปริมาณมากแบบยกบ่อ
แนวทางบรรเทาเบื้องต้นสำหรับเกษตรกร
- ประสานรวมกลุ่มผู้เลี้ยงเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและจัดส่งเป็นล็อตใหญ่ตามความเหมาะสม
- ติดต่อสำนักงานประมงจังหวัดและพาณิชย์จังหวัดเพื่อรับข้อมูลตลาดและช่องทางระบายผลผลิตใหม่
- พิจารณาวิธีการแปรรูปหรือใช้เทคนิคการเก็บรักษาเพื่อยืดอายุการจำหน่าย หากเป็นไปได้และไม่เพิ่มต้นทุนจนเกินกว่าจะรับได้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่าจะเร่งทำงานร่วมกับตลาดและผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการรับซื้อ เพื่อเปิดช่องทางให้เกษตรกรสามารถขายได้ในปริมาณที่เหมาะสมและลดการขาดทุน อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ราคายังคงต่ำต่อเนื่อง เกษตรกรจำนวนมากอาจเผชิญภาวะสภาพคล่องและความลำบากทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น
ผู้เลี้ยงปลาดุกในจังหวัดราชบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดหวังการประสานงานที่รวดเร็วและมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมเพื่อบรรเทาผลกระทบและฟื้นฟูความยั่งยืนของอาชีพการเลี้ยงปลา ทั้งในแง่การตลาดและการบริหารจัดการผลผลิตในระยะต่อไป