เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2569 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรีเพื่อติดตามแผนพัฒนาระบบคมนาคมและรับฟังปัญหาจากภาคส่วนท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาสะพานเก่า จุดคอขวด และการเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างอำเภอ ซึ่งมีผลต่อตัวเมือง การท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้า
ปัญหาหลักที่ได้รับการร้องเรียน
ในการประชุมครั้งนี้ ผู้แทนจากจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนได้นำเสนอปัญหาที่พบเป็นประจำ ได้แก่ สะพานที่มีอายุการใช้งานยาวนานจนต้องบูรณะ ปัญหาจราจรติดขัดบริเวณช่องทางจราจรไม่เพียงพอ และจุดคอขวดที่ทำให้การเดินทางเชื่อมโยงไปยังจังหวัดใกล้เคียงชะงัก ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่
มาตรการและงบประมาณที่แจ้ง
กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ดำเนินการในพื้นที่ที่สามารถแก้ไขได้ทันที พร้อมจัดเตรียมงบประมาณสำหรับโครงการที่จำเป็นระยะถัดไป โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้
- สะพานธนะรัชต์ อยู่ระหว่างการออกแบบงานบูรณะ เตรียมจัดสรรงบประมาณในปี พ.ศ.2571 คาดหวังให้โครงสร้างรองรับน้ำหนักได้ตามมาตรฐานและพัฒนาพื้นที่ร่วมกับจังหวัด
- สะพานสิริลักษณ์ ได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างสะพานใหม่ในปี พ.ศ.2570 วงเงินประมาณ 1,300 ล้านบาท เพื่อเพิ่มช่องทางจราจร ขยายความสามารถในการรองรับการจราจรและลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
- มีแผนยกระดับสถานีรถไฟและป้ายหยุดรถไฟจุฬาลงกรณ์ เพื่อปรับปรุงการให้บริการเดินรถไฟให้สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่เมือง
เพื่อสรุปข้อมูลเชิงตัวเลขที่กล่าวถึงระหว่างการลงพื้นที่ จัดทำเป็นตารางสั้น ๆ ดังนี้
| โครงการ/รายการ | สถานะ | งบประมาณ/ปีงบประมาณ |
|---|---|---|
| บูรณะสะพานธนะรัชต์ | ออกแบบแล้ว รอจัดสรรงบ | จัดสรรในปี พ.ศ.2571 |
| ก่อสร้างสะพานสิริลักษณ์ (สร้างใหม่) | ได้รับงบประมาณ | ประมาณ 1,300 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2570 |
| ปรับปรุงป้ายหยุดรถไฟจุฬาลงกรณ์ | อยู่ในแผนการยกระดับ | อยู่ระหว่างออกแบบการให้บริการ |
คำชี้แจงจากรองนายกรัฐมนตรี
"การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการรับฟังปัญหาจากพื้นที่โดยตรง เพื่อนำมาจัดลำดับความสำคัญและเร่งแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาสะพานเก่า จุดคอขวด การจราจรติดขัด และโครงข่ายที่ยังเชื่อมต่อไม่สมบูรณ์"
คำกล่าวข้างต้นสะท้อนความพยายามของกระทรวงคมนาคมที่จะนำข้อเสนอจากท้องถิ่นมาเป็นเกณฑ์ในการจัดลำดับการลงทุน โดยย้ำว่ามีการเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณสำหรับโครงการสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อประชาชน
ประเด็นผลกระทบต่อชุมชนและการท่องเที่ยว
ตัวเมืองราชบุรีและพื้นที่เชื่อมต่อเป็นทั้งศูนย์กลางการค้า การเกษตร และเป็นทางผ่านของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังภาคใต้ หากปัญหาสะพานและคอขวดไม่ถูกแก้ไข จะส่งผลต่อความคล่องตัวของการขนส่งสินค้า รวมทั้งเวลาเดินทางของผู้โดยสาร ซึ่งเสี่ยงต่อการชะลอการลงทุนและลดความน่าสนใจของเส้นทางท่องเที่ยว
ในอีกด้าน โครงการเชื่อมโยงที่ถูกเรียกว่า "ตรีบุรีรัถยา" มีเป้าหมายศึกษาแนวเส้นทางยาวรวมประมาณ 137 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี หากเดินหน้าได้จริงจะเป็นเส้นทางสำคัญที่ช่วยกระจายการเติบโตและเพิ่มศักยภาพการขนส่งระหว่างภาคตะวันตกสู่ภาคใต้
สิ่งที่ประชาชนควรติดตาม
- แผนการจัดสรรงบประมาณตามปีงบประมาณที่ระบุและแผนการก่อสร้างจริง
- กำหนดเวลาการดำเนินการออกแบบและการประกวดราคาสำหรับงานก่อสร้าง
- มาตรการบรรเทาความเดือดร้อนระหว่างการก่อสร้าง เช่น เส้นทางเบี่ยงและการสื่อสารกับชุมชน
การลงพื้นที่ของรองนายกรัฐมนตรีครั้งนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณว่ากระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับปัญหาโครงสร้างพื้นฐานในระดับท้องถิ่น ทั้งนี้ ผลสำเร็จจะขึ้นกับการติดตามอย่างต่อเนื่องของทั้งหน่วยงานราชการ ผู้แทนท้องถิ่น และประชาชน เพื่อให้โครงการที่เริ่มพูดถึงนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลจริงต่อการเดินทางและการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดราชบุรี