กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดราชบุรีให้ อพยพทันที หลังมีการแจ้งเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนแม่กลองเป็นจำนวน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.00 น. และมีความเป็นไปได้ว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อน
พื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเปราะบางที่ต้องเร่งอพยพ
คำเตือนการอพยพครอบคลุมประชาชนที่อาศัยอยู่ติดริมแม่น้ำแม่กลอง ริมคลองสาขา และพื้นที่ลุ่มต่ำในจังหวัดราชบุรี โดยระบุชื่ออำเภอที่อยู่ในข่ายความเสี่ยงทั้งสิ้น 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบ้านโป่ง, อำเภอโพธาราม, อำเภอเมืองราชบุรี, อำเภอบางแพ, อำเภอดำเนินสะดวก, อำเภอวัดเพลง และ อำเภอปากท่อ โดย ปภ.ขอให้เร่งเคลื่อนย้ายเด็ก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ รวมถึงสัตว์เลี้ยง ยานพาหนะ และทรัพย์สินจำเป็นออกจากพื้นที่
นอกจากนี้ ปภ.แจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรีให้เตรียมรับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ริมแม่น้ำสายหลัก ได้แก่ แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ และแม่น้ำแม่กลอง ในพื้นที่อำเภอ ไทรโยค, ด่านมะขามเตี้ย, อำเภอเมืองกาญจนบุรี, ท่าม่วง และ ท่ามะกา
คำแนะนำปฏิบัติและช่องทางขอความช่วยเหลือ
ปภ.เน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน
- เร่งย้ายเด็ก ผู้ป่วย และผู้สูงอายุออกจากพื้นที่น้ำท่วมได้ก่อน
- เคลื่อนย้ายรถยนต์และสัตว์เลี้ยงไปยังพื้นที่สูง
- ยกสิ่งของและเอกสารสำคัญขึ้นที่สูงหรือเก็บในถุงกันน้ำ
- ตัดไฟฟ้าในบริเวณที่น้ำท่วมถึงหรืออยู่ต่ำจนเสี่ยงไฟฟ้าดูด
- ผู้ประกอบการริมน้ำควรตรวจสอบเชือกผูกและสลิงให้แน่นหนา
สำหรับการขอความช่วยเหลือ ปภ.แจ้งช่องทางให้ประชาชนติดต่อได้ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ที่ชื่อบัญชี @1784DDPM ในไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” หรือโทรศัพท์สายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ปภ.ได้ส่งข้อความผ่านระบบ เซลล์บรอดแคสต์ ไปยังประชาชนในพื้นที่เพื่อแจ้งเตือนการล้นตลิ่งของแม่น้ำแม่กลองและระดับน้ำที่เพิ่มสูง
ผลกระทบเชิงสังคมและความเสี่ยงที่ต้องจับตา
เหตุการณ์ที่ต้องติดตามในระยะใกล้คือการระบายน้ำจากเขื่อนแม่กลอง หากต้องเพิ่มปริมาณการระบายน้ำขึ้นสู่ระดับ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ย่อมส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำได้รับน้ำมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านการสูญเสียที่อยู่อาศัย การได้รับผลกระทบต่อการสัญจร และความเสี่ยงด้านสุขอนามัย
ประชาชนกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และครอบครัวที่มีเด็กเล็ก จำเป็นต้องได้รับการดูแลและอพยพไปยังจุดปลอดภัยก่อน โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้นำชุมชน นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการประสานงานและอำนวยความสะดวกให้กับการอพยพ
แนวทางการเตรียมตัวสำหรับประชาชน
| สิ่งที่ควรทำ | เหตุผล |
|---|---|
| ยกเอกสารสำคัญและของมีค่าใส่ถุงกันน้ำ | ป้องกันการสูญหาย/เสียหายเมื่อเกิดน้ำท่วมฉับพลัน |
| เตรียมชุดยาสำคัญและของใช้จำเป็น | ช่วยผู้ป่วยและผู้สูงอายุในระหว่างการอพยพ |
| เตรียมที่อยู่ชั่วคราวหรือทราบจุดอพยพในพื้นที่ | ลดความสับสนและเพิ่มความรวดเร็วในการย้ายถิ่น |
ผู้สื่อข่าวเน้นย้ำว่าการปฏิบัติตามคำเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบจะช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินได้มากขึ้น ขณะเดียวกันชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นควรเร่งสำรวจข้อจำกัด เช่น เส้นทางอพยพที่อาจถูกตัด และจุดอพยพที่อาจได้รับผลกระทบ เพื่อวางแผนรองรับผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที
หากประชาชนพบเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อผ่านช่องทางที่ ปภ.แจ้งไว้ หรือประสานงานกับผู้นำชุมชนเพื่อนำไปสู่การอพยพและการให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป