จังหวัดนครพนมประกาศยกระดับการเฝ้าระวังน้ำโขงหลังสถานีวัดน้ำรายงานระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนเกินจุดวิกฤต ขณะผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกประชุมวอร์รูมเพื่อประเมินแนวโน้มและวางมาตรการบริหารจัดการน้ำโดยเร็ว โดยการประชุมจัดขึ้นที่ห้องประชุมพระธาตุนคร ศาลากลางจังหวัดนครพนม (หลังใหม่) มีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมวางแผนรับมือ
สถานการณ์ปัจจุบันและการคาดการณ์
ข้อมูลจากการประชุมระบุว่า ณ เวลา 15.30 น. ระดับน้ำบริเวณจังหวัดนครพนมอยู่ที่ประมาณ 12.04 เมตร ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์วิกฤตที่กำหนดไว้คือ 12.00 เมตร เล็กน้อย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยการประเมินคาดว่าระดับน้ำจะขึ้นสู่จุดสูงสุดประมาณวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ระดับราว 12.13 เมตร
สถิติสถานีวัดน้ำจังหวัดนครพนม (ระดับ +144.66 ม.รทก.) รายงานปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 29,279 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำและระบบระบายน้ำในเขตชุมชนมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขัง
มาตรการของจังหวัด
เพื่อรองรับสถานการณ์ จังหวัดได้ระดมกำลังเครื่องสูบน้ำและทรัพยากรจากหลายหน่วยงานเข้าจัดตั้งในจุดเสี่ยงทั้งสิ้น 26 เครื่อง แบ่งติดตั้งใน 13 จุด ยุทธศาสตร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เศรษฐกิจ เขตเทศบาล และชุมชนลุ่มต่ำ
- เทศบาลเมืองนครพนม ติดตั้ง 12 เครื่อง ใน 6 จุด
- โครงการชลประทานนครพนม ติดตั้ง 7 เครื่อง ใน 4 จุด
- ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร ส่ง 6 เครื่อง ใน 5 จุด
- สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม สนับสนุน 1 เครื่อง ใน 1 จุด
รวมกำลังสูบน้ำทั้งสิ้นประมาณ 38,070 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง พร้อมด้วยรถโมบายสูบน้ำขนาดใหญ่จากหน่วยงานภาคสนามเพื่อนำไปประจำจุดสำคัญในการระบายน้ำ
| หน่วยงาน | จำนวนเครื่อง | จำนวนจุด |
|---|---|---|
| เทศบาลเมืองนครพนม | 12 | 6 |
| โครงการชลประทานนครพนม | 7 | 4 |
| ศูนย์ ปภ. เขต 7 สกลนคร | 6 | 5 |
| สำนักงาน ปภ. จ.นครพนม | 1 | 1 |
ผลกระทบต่อชุมชนและคำแนะนำ
แม้ระดับน้ำมีแนวโน้มที่จะทรงตัวก่อนลดลงภายใน 1–5 วันข้างหน้า แต่เจ้าหน้าที่เตือนว่าผลกระทบต่อระบบระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากน้ำจากแม่น้ำโขงอาจกดหรือชะลอการระบายออกของน้ำในคลองและท่อส่งของชุมชน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในบางจุดได้
จังหวัดจึงขอความร่วมมือให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำปฏิบัติดังนี้
- ติดตามประกาศและคำแนะนำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
- เตรียมทรัพย์สินสำคัญขึ้นที่สูงและจัดทำแผนอพยพกรณีฉุกเฉิน
- หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง และอย่าขับผ่านจุดที่น้ำลึกเกินความสามารถของยานพาหนะ
- ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยไม่ให้เข้าใกล้พื้นที่น้ำหลาก
ความพร้อมของเจ้าหน้าที่
ภายในวอร์รูมมีการประสานงานระหว่างฝ่ายบริหารจังหวัด เทศบาล โครงการชลประทาน และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเตรียมกำลังพล เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง จังหวัดยืนยันว่าได้จัดเตรียมรถและเครื่องมือที่จำเป็นไว้ประจำจุดยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อน
สถานการณ์จะยังต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตลอดเวลา ทั้งนี้จังหวัดนครพนมขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ติดตามข่าวสารจากช่องทางราชการ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว