เตรียมพร้อมและเฝ้าระวังใกล้ชิด
จังหวัดนครพนมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าติดตามและประเมินสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง หลังการตรวจวัดล่าสุดโดยฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพบว่าระดับน้ำอยู่ที่ 11.98 เมตร ณ เวลา 11.45 น. ซึ่งใกล้กับระดับที่ประกาศเป็นจุดวิกฤติที่กำหนดไว้ที่ 12.00 เมตร.
เจ้าหน้าที่ชี้ว่าแม้น้ำยังไม่ถึงระดับวิกฤติ แต่สถานการณ์ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้นทำให้การระบายน้ำจากลำน้ำสาขาไปยังแม่น้ำโขงทำได้ช้าลง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงน้ำเอ่อล้นหรือน้ำรอการระบายในพื้นที่ลุ่มต่ำและแปลงเกษตรบริเวณริมน้ำ
มาตรการเชิงรุกของเทศบาลเมืองนครพนม
เทศบาลเมืองนครพนมได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ประกอบด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในจุดยุทธศาสตร์เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากตัวเมือง การวางระบบควบคุมและปิดกั้นไม่ให้น้ำโขงหนุนเข้าสู่ระบบระบายน้ำของเมือง และจัดเตรียมกำลังพล อุปกรณ์สำรอง กระสอบทราย และหน่วยเคลื่อนที่เร็วพร้อมตอบสนองเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
- ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเสริมในจุดยุทธศาสตร์
- วางระบบปิดกั้นป้องกันน้ำหนุน
- จัดเตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือ กระสอบทราย และกำลังคน
- ตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วสำหรับการให้ความช่วยเหลือทันที
ความมั่นใจของหน่วยงานด้านโครงสร้างป้องกันตลิ่ง
รองนายกเทศมนตรีเมืองนครพนม นายโชคดี มังคละคีรี เปิดเผยว่าพนังกั้นตลิ่งของเมืองถูกออกแบบมาให้รองรับระดับน้ำได้สูงกว่า 15 เมตร จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เทศบาลมั่นใจว่าสภาพแวดล้อมในตัวเมืองส่วนใหญ่ยังปลอดภัยจากการถูกน้ำท่วมใหญ่
"เมืองนครพนมมีเขื่อนป้องกันตลิ่งที่แข็งแรง ซึ่งถูกออกแบบมาให้รองรับระดับน้ำได้สูงมากกว่า 15 เมตร จึงมั่นใจว่ามีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรับมือหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น" — นายโชคดี มังคละคีรี
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานย้ำว่ายังมีพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุดที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น บริเวณร้านค้าและแปลงเกษตรริมตลิ่ง ซึ่งต้องเตรียมการป้องกันและย้ายทรัพย์สินหากมีการแจ้งเตือนเพิ่มเติม
ตัวเลขสำคัญที่ควรทราบ
| รายการ | ระดับ (เมตร) |
|---|---|
| ระดับน้ำโขงปัจจุบัน | 11.98 |
| ระดับน้ำวิกฤติ | 12.00 |
| ระดับเกณฑ์ปิดประตูน้ำ | 12.50 |
| ความสามารถการรองรับของพนังกั้นตลิ่ง | มากกว่า 15.00 |
ผลกระทบและข้อควรระวังสำหรับประชาชน
เจ้าหน้าที่เตือนว่าหากยังคงมีฝนตกสะสมในพื้นที่ ระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นส่งผลให้การระบายน้ำล่าช้าและเกิดน้ำรอการระบายในพื้นที่ต่ำ ดังนั้นประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศจากทางราชการ เตรียมการป้องกันทรัพย์สิน และหลีกเลี่ยงการสัญจรบริเวณจุดที่มีน้ำท่วมขังหรือกระแสน้ำไหลแรง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังประสานงานร่วมกันเพื่อเฝ้าระวัง ติดตั้งเครื่องมือ และเตรียมการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ขณะเดียวกันขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อให้การจัดการภัยน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับประชาชนที่พบเหตุฉุกเฉินสามารถติดต่อหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลเมืองนครพนมหรือหมายเลขฉุกเฉินที่ประกาศใช้ในพื้นที่ เพื่อรับการช่วยเหลือและคำแนะนำอย่างรวดเร็ว