ณ ห้องประชุมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางการใช้ประโยชน์ของ อาคารศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า) และพื้นที่ ตลาดกรุงศรี โดยมี นางพุทธิพร พลอยผักแว่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟังข้อมูลและแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานทั้งภาครัฐและเอกชน
ประวัติและสถานะอาคาร
คณะทำงานได้นำเสนอข้อมูลประวัติของอาคารศาลากลางหลังเก่า ซึ่งตั้งอยู่ในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ออกแบบในรูปแบบสถาปัตยกรรมโมเดิร์นด้วยโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยมีข้อมูลว่าก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2484 และมีการบันทึกว่าประดิษฐานรูปปั้นพระมหากษัตริย์จำนวนหลายพระองค์อยู่ด้านหน้าตัวอาคาร ก่อนย้ายกิจการไปยังศาลากลางหลังใหม่ในเวลาต่อมา
วัตถุประสงค์และแนวทางการใช้ประโยชน์
ที่ประชุมมุ่งเห็นตรงกันว่าการจัดสรรใช้อาคารจะต้องสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว โดยหน่วยงานที่เข้ามาใช้พื้นที่จะต้องมีภารกิจสอดคล้อง เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา รวมถึงหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง
- ปรับพื้นที่ภายในเป็นศูนย์ข้อมูลการอนุรักษ์และศูนย์วิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเมืองประวัติศาสตร์
- ให้สำนักงานการท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจุดให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว
- ส่งเสริมหอศิลป์และสถาบันการศึกษาในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมจัดกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม
“การใช้ประโยชน์ต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์และการบริการนักท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ”
การบูรณะและการดูแลพื้นที่
ข้อมูลจากที่ประชุมระบุว่าอาคารศาลากลางหลังเก่าเป็นทรัพย์สินราชพัสดุบนเนื้อที่รวม 103 ไร่ 2 งาน 64 ตารางวา ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมธนารักษ์ และมีการดำเนินการบูรณะบางส่วนตั้งแต่ปี พ.ศ.2567 โดยกรมศิลปากรเข้ามาสำรวจและดำเนินการอนุรักษ์งานก่อสร้างและองค์ประกอบที่มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรม
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| ปีที่ก่อสร้าง | พ.ศ.2484 |
| พื้นที่ | 103 ไร่ 2 งาน 64 ตารางวา |
| การบูรณะ | เริ่มดำเนินการโดยกรมศิลปากรตั้งแต่ พ.ศ.2567 |
ความท้าทายและผลกระทบต่อชุมชน
การนำอาคารศาลากลางเก่ามาปรับใช้ใหม่มีทั้งโอกาสและข้อกังวล อาทิ ความจำเป็นในการบูรณะเชิงอนุรักษ์เพื่อคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนการกำหนดผู้ใช้ประโยชน์ที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับชุมชนและการคมนาคมในย่านเมืองเก่า หากจัดการอย่างเป็นระบบ โครงการนี้จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และส่งเสริมการเรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัด
ในการประชุมยังมีการย้ำถึงบทบาทของหน่วยงานท้องถิ่นและสถาบันทางวัฒนธรรมในการกำกับดูแลการใช้งาน เพื่อให้การนำอาคารมาปรับปรุงเป็นไปตามหลักการอนุรักษ์ และสอดคล้องกับการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน
สำหรับก้าวต่อไป คงต้องรอแผนการใช้ประโยชน์เชิงปฏิบัติที่ชัดเจนจากคณะกรรมการ เพื่อให้สอดรับกับการฟื้นฟูเมืองเก่าและการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งในเชิงข้อมูลและบริการภาคสนาม
รายงานโดย: จิรายุ ศรีอยุธยา ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, WE NEWS