คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ศึกษาสภาพวัดสำคัญในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยหนึ่งในจุดที่เข้าตรวจสอบคือ วัดย่านอ่างทอง ในพื้นที่อำเภอผักไห่ ซึ่งเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเผชิญปัญหา น้ำซึมเข้าสู่พื้นวิหาร และความชื้นสะสม ส่งผลกระทบต่อโบสถ์ วิหาร และโบราณวัตถุที่เก็บรักษาไว้
สภาพปัญหาและความเสี่ยงต่อมรดก
ดร.สุรินทร์ ศรีสังข์งาม ผู้อำนวยการสถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา บรรยายสรุปสถานการณ์ว่า พื้นที่รอบโบสถ์และวิหารของวัดได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2554 ถึงแม้เวลาจะผ่านมาหลายปี แต่ยังพบร่องรอยความชื้น และปัญหาน้ำซึมขึ้นสู่พื้นวิหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่ดำเนินการแก้ไข อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างอาคารและวัตถุโบราณภายในได้
วัดย่านอ่างทองก่อสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 และเป็นแหล่งเก็บรักษาสิ่งของพระราชทานจำนวนหนึ่ง ทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีความสำคัญทั้งในเชิงศาสนาและเชิงประวัติศาสตร์ของชาติ
แนวทางการประสานงานเพื่อฟื้นฟู
คณะกรรมาธิการมีมติเน้นย้ำว่าจำเป็นต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ประกอบด้วยหน่วยงานระหว่างต่างระดับ เช่น กรมศิลปากร, สำนักงานจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อวางแผนฟื้นฟูและป้องกันความเสื่อมโทรมของมรดกทางวัฒนธรรม
- ประเมินความเสียหายเชิงโครงสร้างต่อโบสถ์และวิหาร
- สำรวจสภาพโบราณวัตถุและจัดลำดับความจำเป็นในการอนุรักษ์
- ออกแบบมาตรการป้องกันน้ำซึมและการระบายความชื้น
- กำหนดแผนงบประมาณและแหล่งทุนสำหรับการบูรณะ
คณะยังได้เดินทางศึกษาดูงานที่พิพิธภัณฑ์วังหลัง เพื่อรับฟังเรื่องผ้าลายอย่าง ซึ่งเป็นตัวอย่างภูมิปัญญาการทอและลวดลายของราชสำนักสยามที่ส่งไปผลิตยังอินเดียในอดีต รวมทั้งเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา เพื่อศึกษาการเก็บรักษาเครื่องทองสมัยอยุธยา ซึ่งค้นพบจากการขุดค้นเมื่อปี พ.ศ. 2500 จำนวนโบราณวัตถุกว่า 2,200 รายการ
บทบาทของชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น
ที่ประชุมระบุว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในฐานะเมืองพหุวัฒนธรรม มีชุมชนหลากหลายศาสนาและแหล่งมรดกทางประวัติศาสตร์จำนวนมาก จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ในการปกป้องทรัพยากรทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติในอดีตและปัจจุบัน
นายปะดิธ สังขจาย รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ 1 และคณะได้จัดสัมมนาในพื้นที่เทศบาลเมืองผักไห่ เรื่องการส่งเสริมศาสนาและการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมไทย โดยมีผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดและประชาชนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งเน้นการสร้างมาตรการเยียวยา และการจัดทำฐานข้อมูลโบราณสถานเพื่อการติดตามระยะยาว
| สถานที่ | ปัญหาที่พบ |
|---|---|
| วัดย่านอ่างทอง (อ.ผักไห่) | น้ำซึมพื้นวิหาร ความชื้นสะสม กระทบโบราณวัตถุ |
| พิพิธภัณฑ์วังหลัง | ศึกษาเรื่องผ้าลายอย่างและภูมิปัญญาทอผ้า |
| พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา | เยี่ยมชมเครื่องทองสมัยอยุธยาจากการขุดค้น พ.ศ. 2500 |
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นช่องว่างด้านการอนุรักษ์ที่ยังต้องเสริมสร้าง ทั้งในเชิงเทคนิคการซ่อมแซม การจัดการความชื้น และระบบงบประมาณที่เอื้อต่อการฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรม คณะกรรมาธิการจึงเตรียมเชิญผู้แทนจากกรมศิลปากร จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาหารือร่วมกัน เพื่อวางกรอบการทำงานเชิงปฏิบัติที่ชัดเจนและยั่งยืน
สำหรับชุมชนและผู้สนใจ ในระหว่างนี้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถเริ่มจากการสำรวจความเสียหายเฉพาะหน้าของอาคารศาสนสถาน รวบรวมข้อมูลโบราณวัตถุที่เก็บรักษาภายในวัด และจัดทำสมุดบันทึกภาพก่อน-หลัง เพื่อเป็นหลักฐานในการขอสนับสนุนงบประมาณและการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คณะหวังว่าการประสานงานระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และชุมชน จะช่วยปกป้องมรดกสำคัญไม่ให้ทรุดโทรม เพิ่มโอกาสให้โบราณสถานที่ยังคงคุณค่าแก่คนรุ่นหลังได้สืบไป