เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2569 จังหวัดอ่างทองร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จัดการแข่งขันกีฬามวยไทยภายใต้ชื่องานว่า "มหกรรมมวยไทย วิถีถิ่นไทย" สนามที่ 5 ขึ้นที่เวทีมวยชั่วคราวบริเวณตลาดนัดคลองถม โดยมีผู้แทนรัฐบาลและผู้บริหารท้องถิ่นร่วมพิธีเปิดงานอย่างคับคั่ง
พิธีเปิดและผู้เข้าร่วม
พิธีเปิดการแข่งขันได้รับเกียรติจาก นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธี ทั้งยังมีผู้แทนสำคัญประกอบด้วย นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล, นายทัศนัย สุธาพจน์ และ นายไพบูลย์ ศุภบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง รวมถึงคณะผู้บริหารของกกท., ครูมวย โปรโมเตอร์ และนักกีฬาเข้าร่วม
รูปแบบการแข่งขันและเป้าหมายของงาน
การแข่งขันในสนามที่อ่างทองเป็นรายการที่มีการชกทั้งหมด 12 คู่ ซึ่งจัดขึ้นมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสองด้านคือ การอนุรักษ์ศิลปะแม่ไม้มวยไทย และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในพื้นที่ โดยองค์กรผู้จัดหวังให้กิจกรรมเป็นเวทีสำหรับพัฒนาและผลักดันศักยภาพนักมวยท้องถิ่นไปสู่โอกาสทางอาชีพและรายได้แก่ชุมชน
นอกเหนือจากการชกมวยแล้ว ภายในงานยังมีการจัดพื้นที่จำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อเชื่อมโยงการกีฬาเข้ากับเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยว ทำให้ผู้ชมที่เข้าร่วมไม่เพียงได้รับความบันเทิงจากการแข่งขัน แต่ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในชุมชน
ผลประโยชน์เชิงสังคมและการพัฒนาเยาวชน
ผู้จัดชูเป้าหมายอีกด้านว่าการจัดกิจกรรมแบบนี้เป็นช่องทางให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปเห็นคุณค่าของการออกกำลังกาย และเป็นแนวทางในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพื่อลดโอกาสที่คนรุ่นใหม่จะเข้าไปมีส่วนกับปัญหายาเสพติด นอกจากนี้เวทีท้องถิ่นยังเป็นพื้นที่ค้นหาและผลักดันนักมวยสู่ระดับที่สูงขึ้น ซึ่งจะกระจายโอกาสทางอาชีพและทำให้ชื่อเสียงของมวยไทยยังคงถูกส่งต่อออกไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ข้อมูลการจัดงาน
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อการแข่งขัน | มหกรรมมวยไทย วิถีถิ่นไทย สนามที่ 5 |
| วันที่ | 15 สิงหาคม พ.ศ.2569 |
| สถานที่ | เวทีมวยชั่วคราว ตลาดนัดคลองถม จังหวัดอ่างทอง |
| จำนวนคู่ชก | 12 คู่ |
| หน่วยงานจัด | การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดอ่างทอง |
แผนการต่อเนื่อง
ผู้จัดแจ้งว่ารายการต่อไปของชุดกิจกรรมนี้คือ สนามที่ 6 ซึ่งจะย้ายไปจัดในภาคอีสาน โดยมีกำหนดจัดขึ้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ในวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2569 เพื่อขยายการรณรงค์อนุรักษ์มวยไทยและผลักดันการท่องเที่ยวเชิงกีฬาไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
- การอนุรักษ์วัฒนธรรม: งานมุ่งรักษาแม่ไม้มวยไทยให้คงอยู่ในชุมชน
- พัฒนาเยาวชน: เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมทางกีฬามากขึ้น
- ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น: ผสานการจัดงานกับการจำหน่ายสินค้าและอาหารชุมชน
สำหรับผู้สนใจติดตามการแข่งขันและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง การขยายสนามไปยังจังหวัดต่างๆ จะช่วยให้ชุมชนในพื้นที่มีเวทีแสดงศักยภาพและเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการพัฒนามวยไทยในระดับประเทศ
แม้เวทีในอ่างทองจะเป็นการจัดแบบชั่วคราว แต่การรวมตัวของหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำท้องถิ่น ครูมวย และโปรโมเตอร์ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาและต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นจุดเด่นของชาติ พร้อมกันนั้นยังนำไปสู่ผลประโยชน์ทางสังคมและเศรษฐกิจที่จับต้องได้สำหรับชุมชนท้องถิ่น