ขนมท้องถิ่นสะพานวัฒนธรรม
จังหวัดสตูลจัดงานเฉลิมฉลอง "ขนมดัวร์บุรี…รสชาติ 100 ปี เมืองนครีสโตย" เพื่อสืบสานภูมิปัญญาการทำขนมพื้นบ้านซึ่งมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างชุมชนสตูลกับมาเลเซีย โดยชูให้ขนมที่ชาวบ้านเรียกว่า "ขนมสองเมือง" เป็นตัวแทนมรดกด้านอาหารที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วรุ่น
ขั้นตอนทำและเอกลักษณ์รสชาติ
หนึ่งในจุดเด่นของขนมดัวร์บุรีคือรูปทรงที่ไม่เหมือนขนมทั่วไปและการใช้แป้งสูตรพิเศษที่ให้เนื้อเหนียวนุ่ม หวานละมุน ขั้นตอนการทำต้องใช้ความประณีต ทั้งการกวนแป้ง การควบคุมอุณหภูมิ และการขึ้นรูป ซึ่งเป็นทักษะที่บรรพบุรุษถ่ายทอดต่อกันมาเพื่อรักษารสตำรับดั้งเดิม
ผู้สืบทอดฝีมือจากอำเภอละงู
ภายในงานมีการสาธิตการทำขนมจากร้านท้องถิ่นชื่อ "ร้านสี่พี่น้อง" ของอำเภอละงู ซึ่งสืบทอดการทำขนมชนิดนี้มาแล้วหลายรุ่น โดยมี นางอรอนงค์ สไนวงศ์ อายุ 65 ปี เป็นหนึ่งในตระกูลที่ถ่ายทอดวิชาการทำขนมให้รุ่นหลัง ปัจจุบันมีลูกหลานทำต่อเป็นรุ่นที่ 5
การผลิตและการจำหน่าย
ตามข้อมูลในงาน การผลิตขนมชนิดนี้มีกรรมวิธีที่ใช้เวลานาน โดยเฉพาะขั้นตอนการกวนแป้งที่ต้องทำอย่างช้า ๆ เพื่อไม่ให้แป้งเป็นก้อน โดยปกติจะทำเป็นจำนวนมากเฉพาะช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นฤดูกาลจำหน่ายหลัก โดยแต่ละครั้งผลิตประมาณ 4,000–5,000 ลูก และจำหน่ายในอัตราที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ เช่นชุด 4 ชิ้น ราคา 10 บาท
ส่วนผสมและการปรับใช้
ส่วนผสมดั้งเดิมของขนมประกอบด้วยแป้งข้าวเจ้า น้ำตาล เกลือ กะทิ และส่วนผสมที่เรียกว่า "น้ำมะนมแมว" รวมทั้งสีจากไม้ฝาง ปัจจุบันบางส่วนปรับใช้โดยเปลี่ยนมาเป็นสีผสมอาหารเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยด้านอาหาร
- ส่วนผสมหลัก: แป้งข้าวเจ้า, น้ำตาล, กะทิ
- ฤดูกาลจำหน่าย: เดือนรอมฎอน (ปีละครั้ง)
- รูปแบบจำหน่าย: ขายเป็นชิ้น ราคาประหยัด
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| จำนวนการผลิตต่อครั้ง | 4,000–5,000 ลูก |
| ราคาจำหน่ายตัวอย่าง | 4 ชิ้น 10 บาท |
| รุ่นผู้สืบทอด | ปัจจุบันถึง รุ่นที่ 5 |
ความสัมพันธ์ข้ามพรมแดน
ขนมดัวร์บุรีมีรากเหง้าจากการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหารกับมาเลเซีย จึงมักได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทั้งในพื้นที่และจากฝั่งมาเลเซียที่เดินทางมาเยือน โดยรสชาติหวานฉ่ำและเนื้อแป้งที่เหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้ชิมมักชมเชย ซึ่งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม
การเปิดงานและการสนับสนุนท้องถิ่น
งานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นาย คณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล มาเป็นประธานเปิดงาน มีหัวหน้าส่วนราชการ ครู นักเรียน และประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก การจัดงานนอกจากเป็นการยกย่องภูมิปัญญาท้องถิ่นแล้วยังเป็นเวทีให้ชาวบ้านได้สาธิตทักษะและเพิ่มช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์
ความท้าทายและแนวทางอนุรักษ์
แม้ขนมดัวร์บุรียังได้รับความนิยม แต่การรักษาความต่อเนื่องของชิ้นงานและทักษะเป็นเรื่องท้าทาย เพราะกระบวนการทำต้องอาศัยแรงงานและความชำนาญสูง การถ่ายทอดความรู้ระหว่างรุ่นและการส่งเสริมตลาดทั้งในและต่างประเทศจึงเป็นกุญแจสำคัญเพื่อให้มรดกทางอาหารนี้ยังคงอยู่กับชุมชนไปอีกนาน
การเฉลิมฉลองครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นการยืนยันคุณค่าทางวัฒนธรรมและความพยายามของชุมชนสตูลในการรักษาขนบการกินให้คงอยู่ต่อไป