จังหวัดสตูลกลายเป็นพื้นที่นำร่องโครงการ Seaplane ของกระทรวงคมนาคม หลังจากที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานการประชุมเพื่อเปิดการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้อากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ โดยมอบหมายให้จังหวัดจัดตั้งคณะทำงานร่วมจากทุกภาคส่วนและสรุปผลการศึกษาขั้นต้นภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นจังหวะเร่งด่วนเพื่อชี้ขาดแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวทางอากาศรูปแบบใหม่
เป้าหมายและกรอบเวลา
แนวคิดหลักของโครงการคือการจัดตั้งจุดขึ้น–ลงอากาศยานบนผิวน้ำที่บริหารโดยหน่วยงานของรัฐ เพื่อทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวในระยะยาว นักพัฒนาของโครงการมองว่า Seaplane จะช่วยยกระดับการเชื่อมต่อไปยังเกาะและแหล่งท่องเที่ยวบนฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะการเชื่อมต่ออย่างสะดวกสู่เกาะหลีเป๊ะ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของจังหวัด
“เป้าหมายสำคัญของเรา คือการผลักดันให้เกิดการจัดตั้งพื้นที่ขึ้นลงของอากาศยานบนผิวน้ำโดยหน่วยงานของรัฐ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมทางอากาศของประเทศที่ได้มาตรฐาน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงเข้าสู่พื้นที่”
นอกจากการตั้งกรอบเวลา 30 วันให้สรุปผลแล้ว กระทรวงยังตั้งเป้าหมายให้เกิดความคืบหน้าและผลักดันให้โครงการ Seaplane เป็นรูปธรรมภายในปีเดียวกัน โดยยอมรับว่าปัจจุบันมีผู้ประกอบการเอกชนยื่นคำขอจัดตั้งจุดขึ้นลงสนามบินน้ำและอยู่ระหว่างดำเนินการด้านเอกสารและการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ผู้มีส่วนได้เสียและองค์ประกอบคณะทำงาน
คำสั่งจากกระทรวงระบุให้การศึกษาควรเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคราชการ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทรัพยากรทางทะเล กรมเจ้าท่า และหน่วยงานด้านการบิน เพื่อพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมและกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย
- หน่วยงานราชการ: เจ้าท่าภูมิภาค หน่วยงานด้านการบิน
- ภาคการท่องเที่ยว: ผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ต ตัวแทนทัวร์
- ภาคเศรษฐกิจ: หอการค้าและสภาอุตสาหกรรมท้องถิ่น
- ชุมชนท้องถิ่นและภาคประชาสังคม
ความร่วมมือระหว่างส่วนต่าง ๆ จะเป็นตัวชี้วัดว่าพื้นที่ใดสามารถรองรับการขึ้นลงของอากาศยานทางน้ำได้จริง โดยต้องคำนึงถึงการไม่รบกวนเส้นทางการสัญจรทางน้ำเดิม และลดผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง
ประเด็นสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย
การก่อสร้างหรือจัดตั้งจุดขึ้นลงอากาศยานบนผิวน้ำมีความละเอียดอ่อนด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีทรัพยากรทางทะเลและระบบนิเวศที่เปราะบาง เช่น แนวปะการังและพื้นที่หญ้าทะเล ข้อกำหนดการดำเนินการจะต้องรวมการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมขั้นต้น (IEE) และมาตรการเยียวยาเพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพยากรเหล่านี้
ด้านความปลอดภัย จำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติการ การฝึกอบรมบุคลากร และระบบการควบคุมการจราจรทางทะเลร่วมกับเจ้าท่าเพื่อไม่ให้เกิดการชนหรือกีดขวางการสัญจรของเรือประมงและเรือโดยสารปกติ
ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและชุมชน
ผู้สนับสนุนโครงการมองว่า Seaplane จะช่วยเพิ่มช่องทางการท่องเที่ยวและนำกลุ่มนักท่องเที่ยวมูลค่าสูงเข้าสู่จังหวัดมากขึ้น อันเป็นโอกาสขยายเวลาเข้าพัก ค่าใช้จ่ายต่อคน และสร้างงานให้ชุมชนชายฝั่ง อย่างไรก็ตาม ชุมชนท้องถิ่นและผู้ประกอบการขนาดเล็กต้องมีส่วนร่วมในการวางแผนเพื่อให้ผลประโยชน์กระจายและไม่เกิดแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติ
| เรื่อง | กรอบที่กำหนด |
|---|---|
| สรุปผลการศึกษาเบื้องต้น | 30 วัน |
| เป้าหมายการผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม | ภายในปีเดียวกัน |
| พื้นที่สำคัญที่เชื่อมต่อ | เกาะหลีเป๊ะและแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน |
ภายใต้กรอบเวลาดังกล่าว จังหวัดสตูลต้องเดินหน้าจัดตั้งคณะทำงาน เชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมหารือและสำรวจพื้นที่จริง เพื่อเสนอแนวทางที่คำนึงถึงทั้งโอกาสทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ทรัพยากร
สำหรับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว การติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นและประกาศจากกรมเจ้าท่าเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะหากมีการกำหนดจุดขึ้นลงใหม่ที่จะส่งผลต่อเส้นทางการเดินเรือและมาตรฐานการให้บริการในพื้นที่
โครงการ Seaplane ในสตูลจึงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ที่ต้องการการประสานงานจากหลายฝ่ายเพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืนและปลอดภัย