ปราจีนบุรี — เครือข่ายภาคประชาชนที่รวมตัวคัดค้านการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปิดเผยผลการสำรวจพื้นที่สิ่งแวดล้อมในจังหวัด ปรากฏรายการจุดมลพิษกระจายกว่า 53 จุด และพบโรงงานต้องสงสัยอย่างน้อย 16 แห่ง ที่ดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) แต่มีการตั้งเตาเผากากอุตสาหกรรมซึ่งสร้างความกังวลต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมโดยรอบ
ชี้จุดเสี่ยงกระจาย-บางแห่งอยู่ในป่าสงวน
ข้อมูลจากเวทีเสวนา "หลังบ้าน EEC" ซึ่งจัดขึ้นโดยเครือข่ายประชาชนปราจีนเข้มแข็ง ระบุว่า จุดมลพิษที่ตรวจพบไม่ได้จำกัดในพื้นที่อุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ขยายตัวไปยังพื้นที่เกษตรและป่าสงวนแห่งชาติ หลายจุดมีการปล่อยควันจากการเผาไหม้หรือการทิ้งของเสียที่ผิดประเภท ซึ่งชาวบ้านตั้งคำถามว่าการตรวจวัดของหน่วยงานรัฐสะท้อนความเป็นจริงในพื้นที่ได้เพียงพอหรือไม่
รูปแบบการทิ้งกากอุตสาหกรรมที่ชาวบ้านพบ
ตัวแทนเครือข่ายได้นำภาพหลักฐานและรายงานการลงพื้นที่มารายงานต่อสาธารณะ โดยระบุรูปแบบการลักลอบทิ้งของเสียที่พบว่า มีความหลากหลายและซับซ้อน เช่น การผสมกากสารเคมีกับดินแล้วนำไปกระจายถมพื้นที่ การทิ้งสารละลายกลุ่มโซลเวนท์ในหลุมฝังกลบ และการขุดหลุมขนาดใหญ่เพื่อฝังกลบขยะอันตราย ซึ่งส่งผลให้น้ำเสียสีดำไหลท่วมพื้นที่สวนปาล์มของชาวบ้าน
- พื้นที่สำรวจพบจุดมลพิษรวม: 53 จุด
- โรงงานต้องสงสัยไม่มี ร.ง.4: อย่างน้อย 16 แห่ง
- รูปแบบการลักลอบ: ผสมดินแจกจ่าย ฝังกลบใต้ไร่ยูคาลิปตัส และทิ้งสารกลุ่มโซลเวนท์
"แม้ภาครัฐจะชี้ว่าค่ามลพิษยังไม่เกินมาตรฐาน แต่ประชาชนยังสงสัยถึงผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต" — น.ส.ธันยาภัทร์ ดอกผล ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์กรอกสมบูรณ์
กลยุทธ์ "ดินแจกฟรี" ทำให้ตรวจสอบยาก
จากคำให้ข้อมูลของชาวบ้าน ระบุว่า วิธีการที่เรียกกันว่า "ดินแจกฟรี" เป็นการนำกากอุตสาหกรรมมาผสมหรือใช้เป็นวัสดุถมที่ แล้วแจกจ่ายให้ประชาชนเพื่อถมที่ดิน จากนั้นใช้ปุ๋ยหรือวัสดุปิดหน้า และปลูกต้นยูคาลิปตัสเป็นการอำพราง ทำให้ร่องรอยการฝังกลบตรวจสอบได้ยากขึ้น ข้อมูลดังกล่าวเป็นหนึ่งในประเด็นที่ทำให้ชุมชนกังวลว่าการทิ้งของเสียไม่ได้ดำเนินการตามหลักการจัดการขยะอันตรายอย่างถูกต้อง
ผลกระทบต่อชุมชนและคำถามต่อการบังคับใช้กฎหมาย
ผู้ชุมนุมและตัวแทนเครือข่ายระบุว่า ผลกระทบจากการทิ้งกากอุตสาหกรรมอาจแผ่ขยายเป็นปัญหาสุขภาพ ควบคู่กับผลกระทบต่อแหล่งน้ำและเกษตรกรรมของชุมชน ถึงแม้ตัวเลขการตรวจวัดบางรายการอาจยังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่การมีจุดเสี่ยงจำนวนมากและการพบโรงงานที่ไม่ได้รับอนุญาตย่อมทำให้เกิดความไม่มั่นใจในระบบการกำกับดูแล
ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับความกังวลต่อการผลักดันพื้นที่ EEC ซึ่งภาคประชาชนมองว่าอาจเปิดช่องให้มีการผ่อนผันกฎระเบียบหรือการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส่งผลให้พื้นที่ที่เดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อการเกษตรหรืออนุรักษ์อาจถูกแปลงเพื่อกิจการอุตสาหกรรมได้ง่ายขึ้น
ข้อเรียกร้องและแนวทางการตรวจสอบ
ในเวทีเสวนา เครือข่ายเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพิ่มการตรวจสอบและแสวงหาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการสำรวจและรายงานปัญหา รวมถึงขอให้มีมาตรการป้องกันและเยียวยาผลกระทบที่ชัดเจนต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการทิ้งกากอุตสาหกรรมผิดประเภท
| ประเด็น | ข้อมูลที่รายงาน |
|---|---|
| จุดมลพิษที่พบ | 53 จุด |
| โรงงานต้องสงสัยไม่มี ร.ง.4 | อย่างน้อย 16 แห่ง |
| รูปแบบการทิ้ง | ผสมดินแจกฟรี, ฝังกลบใต้ไร่ยูคาลิปตัส, หลุมฝังขยะกว่า 25 ไร่ |
เครือข่ายระบุว่าจะนำข้อมูลภาคสนามที่เก็บรวบรวมได้เสนอเป็นหลักฐานต่อหน่วยงานที่มีอำนาจ และเรียกร้องความโปร่งใสในการดำเนินการตรวจสอบ ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกดดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจลุกลามในระยะยาว
ทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบจากหน่วยงานจังหวัดและกระทรวงที่รับผิดชอบต่อไป