เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ เดินหน้าส่งน้ำเสริมฝนให้พื้นที่การเกษตรและประมงในพื้นที่ลุ่มน้ำ ลดความเสี่ยงจากฝนทิ้งช่วง และรักษาระบบนิเวศริมน้ำ หลังสถานการณ์ปริมาณน้ำในอ่างอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ตามแผน
สถานะปริมาณน้ำและการบริหารจัดการ
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายสำรวย อินพิทักษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำปาวอยู่ที่ 847 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 42 ของความจุรวมที่ 1,980 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยยังสามารถรับน้ำเพิ่มได้อีกประมาณ 1,132 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งค่าดังกล่าวใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยสถิติในอดีต การบริหารจัดการจึงยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้และสามารถส่งน้ำในช่วงฤดูฝนได้เป็นอย่างดี
"ปริมาณน้ำยังอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยและอยู่ในสถานการณ์ควบคุมบริหารจัดการได้และสามารถส่งน้ำในช่วงฤดูฝนได้เป็นอย่างดี" — นายสำรวย อินพิทักษ์
ปริมาณน้ำไหลเข้าและการส่งน้ำ
จากการติดตามสภาพอากาศ พบว่าบริเวณเหนือเขื่อนมีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เฉลี่ยประมาณ 8–13 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม พ.ศ. 2569 มีปริมาณน้ำไหลเข้ารวมประมาณ 310 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังสอดคล้องกับค่าเฉลี่ย
ด้านการส่งน้ำเพื่อช่วยเหลือภาคการเกษตรและประมง ขณะนี้โครงการส่งน้ำฯ ได้เร่งระบายและส่งน้ำเข้าคลองสายหลักฝั่งซ้ายและฝั่งขวาเฉลี่ยวันละ 3.76 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่มีการระบายน้ำลงลำน้ำปาวและแม่น้ำชีเพื่อรักษาระบบนิเวศและส่งเสริมพื้นที่ท้ายเขื่อนเฉลี่ยวันละ 0.57 ล้านลูกบาศก์เมตร
ผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร
การส่งน้ำครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรและประมงรวมมากกว่า 300,000 ไร่ ทั้งในจังหวัดกาฬสินธุ์และพื้นที่ท้ายเขื่อนที่เชื่อมต่อไปยังจังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี การรักษาระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมช่วยให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกในฤดูฝนได้อย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงต่อผลผลิตจากภัยแล้งหรือฝนทิ้งช่วง
- พื้นที่ได้รับประโยชน์: เกษตรกรและประมงกว่า 300,000 ไร่
- การส่งน้ำเฉลี่ย: 3.76 ล้านลบ.ม./วัน ไปยังคลองสายหลัก
- การระบายรักษาระบบนิเวศ: 0.57 ล้านลบ.ม./วัน ลงลำน้ำปาวและแม่น้ำชี
มาตรการติดตามและบริหารจัดการ
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวระบุว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการน้ำตามสภาพอากาศและความต้องการของพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนและให้การส่งน้ำเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้การเฝ้าติดตามยังเน้นการรักษาสมดุลของระบบนิเวศริมน้ำควบคู่ไปกับการอุปโภคบริโภคและการเกษตรของประชาชน
ตัวเลขสำคัญของเขื่อนลำปาว
| ตัวชี้วัด | ปริมาณ/ค่า |
|---|---|
| ความจุเต็มอ่าง | 1,980 ล้าน ลบ.ม. |
| ปริมาณน้ำปัจจุบัน | 847 ล้าน ลบ.ม. (42%) |
| ความสามารถรับน้ำเพิ่ม | 1,132 ล้าน ลบ.ม. |
| น้ำไหลเข้าเฉลี่ย | 8–13 ล้าน ลบ.ม./วัน |
| ส่งน้ำเสริมฝน | 3.76 ล้าน ลบ.ม./วัน |
| ระบายรักษาระบบนิเวศ | 0.57 ล้าน ลบ.ม./วัน |
ความสำคัญเชิงระบบนิเวศและเศรษฐกิจท้องถิ่น
การจัดสรรน้ำอย่างสมดุลมีความสำคัญทั้งในแง่การรักษาพันธุ์ปลาและระบบนิเวศริมน้ำ รวมถึงการป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจของเกษตรกร หากการบริหารจัดการสอดคล้องกับข้อมูลน้ำฝนและการไหลเข้าจริง จะช่วยให้การเพาะปลูกในฤดูฝนมีความมั่นคงมากขึ้น และสามารถลดความเสี่ยงจากการขาดน้ำในช่วงแล้งที่อาจตามมาในระยะต่อไป
เจ้าหน้าที่โครงการยืนยันว่าจะติดตามสภาพอากาศและการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับแผนการระบายน้ำและส่งน้ำให้สอดคล้องกับความจำเป็นของพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากแหล่งน้ำสาธารณะนี้