สถานการณ์การพบ ปลาหมอคางดำ ในเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคงน่าจับตามองหลังผู้เกี่ยวข้องรายงานการพบตัวปลาเพิ่มขึ้นรวมเป็น 111 ตัว โดยศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ระบุว่าเป้าหมายเร่งด่วนในเวลานี้คือการควบคุมและจำกัดวงการแพร่ระบาดไม่ให้ขยายออกไป
รมช.เกษตรฯ นำทีมลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์
วันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2569 นาย วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการฯ เปิดเผยว่าตนจะนำคณะทำงานลงพื้นที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ.2569 เพื่อ ติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึก และหารือแนวทางแก้ไข ร่วมกับเจ้าหน้าที่จังหวัด
นายวัชระพลระบุด้วยว่า ขณะนี้ทางสำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ประสานงานกับเครือข่ายเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่เพื่อร่วมกำจัดปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าการกำจัดให้หมดสิ้นอาจต้องใช้เวลานานและเป็นงานระยะยาว
การบูรณาการ และความกังวลของชาวบ้าน
ศูนย์อำนวยการฯ แจ้งว่าได้มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 29 หน่วยงาน เพื่อระดมกำลังทั้งในระดับอำเภอ รวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ 21 จังหวัดที่พบการแพร่ระบาด โดยมุ่งควบคุมการแพร่กระจายและแก้ไขปัญหาให้เกิดเป็นรูปธรรม
จากการสอบถามชาวประมงพื้นบ้านที่ออกหาปลาในพื้นที่สปิลเวย์ของเขื่อนลำปาว พบความเปลี่ยนแปลงคือปริมาณปลาทั่วไปลดลงเมื่อเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา ทำให้ชาวประมงบางส่วนต้องออกหาปลาตามแหล่งอื่น
"ตรงนี้คือการยืนยันชัดเจนว่าปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในเขื่อนลำปาวแล้วอย่างสิ้นเชิง"
เนื้อหาข้างต้นสะท้อนความกังวลของชาวบ้านต่อการแพร่ระบาดที่อาจส่งผลต่อระบบนิเวศ แหล่งอาหาร และอาชีพประมงพื้นบ้าน หากการควบคุมไม่ทันท่วงที
ลักษณะการพบและข้อสังเกตเชิงนิเวศ
เจ้าหน้าที่ระบุว่าในจำนวนที่จับได้มีปลาหมอคางดำบางตัวมีขนาดใหญ่ ซึ่งบ่งชี้ว่าชนิดพันธุ์นี้อาจอาศัยอยู่ในธรรมชาติมานานและมีการแพร่กระจายตามธรรมชาติ แต่ด้วยคุณสมบัติในการปรับตัว ทำให้มีความเสี่ยงที่จะแพร่ขยายวงกว้างหากไม่มีมาตรการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ
- จำนวนที่พบในเขื่อนลำปาวตามรายงาน: 111 ตัว
- หน่วยงานที่ประสานร่วมมือ: 29 หน่วยงาน
- พื้นที่เฝ้าระวังครอบคลุม: 21 จังหวัด
เกณฑ์การประกาศภาวะฉุกเฉินและการเฝ้าระวัง
ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยพัฒนาน้ำจืด กรมประมง เป็นผู้ตรวจสอบความหนาแน่นของปลาหมอคางดำเพื่อพิจารณาการประกาศภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามเกณฑ์ของกรมประมง โดยมีเกณฑ์อ้างอิงคือความชุกชุมไม่เกิน 10 ตัวต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตร ซึ่งหากเกินมาตรฐานดังกล่าว อาจนำมาสู่การประกาศและใช้มาตรการเข้มข้นเพิ่มเติม
| หัวข้อ | ข้อมูลตามรายงาน |
|---|---|
| จำนวนปลาพบ | 111 ตัว |
| หน่วยงานร่วม | 29 หน่วยงาน |
| พื้นที่เฝ้าระวัง | 21 จังหวัด |
ผลกระทบต่อชุมชนและคำแนะนำเชิงปฏิบัติ
ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่รายงานว่าผลผลิตการประมงลดลง ขณะที่ชุมชนกังวลว่าหากปลาหมอคางดำแพร่กระจายลงลำน้ำสาขา อาจกระทบต่อแหล่งเพาะพันธุ์ปลาอื่นและความเป็นไปได้ในการผสมข้ามสายพันธุ์กับปลานิลในพื้นที่ การตอบสนองเชิงป้องกันจึงจำเป็นต้องกระทำอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
คำแนะนำเชิงปฏิบัติที่กำลังดำเนินการและควรให้ความร่วมมือ ได้แก่
- ประชาชนในพื้นที่ควรแจ้งเจ้าหน้าที่หากพบการแพร่ระบาดเพิ่มเติม
- งดเคลื่อนย้ายหรือปล่อยปลาไม่ทราบแหล่งที่มาเข้าแหล่งน้ำท้องถิ่น
- สนับสนุนการสำรวจและเก็บข้อมูลโดยเจ้าหน้าที่ประมงท้องถิ่น
การลงพื้นที่ของคณะจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันเสาร์นี้ จะเป็นหนึ่งในจังหวะสำคัญที่ชาวบ้านและหน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าติดตาม เพื่อหวังให้มีมาตรการควบคุมที่ชัดเจนและมีผลในเชิงปฏิบัติ ทั้งในระยะสั้นเพื่อลดการขยายตัว และในระยะยาวเพื่อฟื้นฟูสภาพนิเวศและอาชีพประมงพื้นบ้าน