ยึดภูมิปัญญาไทยเชื่อมชุมชนผ่านศิลปะ
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 กันยายน ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ สามวิทยาลัยนาฏศิลปในพื้นที่ร่วมกันจัดการแสดงมหกรรมศิลปวัฒนธรรมภายใต้ชื่องานว่า “ถวายอาลัยพระมิ่งแม่แห่งแผ่นดิน” เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีผู้บริหารหน่วยงานท้องถิ่น นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
งานครั้งนี้มีผู้แทนสำคัญมาร่วมพิธีเปิด นำโดย นายพลากร พิมพะนิตย์ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 2 ซึ่งเป็นประธานเปิดงาน และมีผู้แทนระดับจังหวัด ได้แก่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายอำเภอยางตลาด รวมทั้งคณะผู้บริหารและคณาจารย์จากวิทยาลัยนาฏศิลปที่ร่วมจัดงาน
เนื้อหาการแสดงและความหมายทางวัฒนธรรม
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมหลายรูปแบบ ทั้งการบรรเลงวงปี่พาทย์ในพิธีเริ่มงาน การแสดงโขนชุด รามเกียรติ์ ตอนรามาวตาร และการแสดงดนตรีพื้นบ้านโปงลางโดยวงนครร้อยสินธุ์ ซึ่งนักแสดง นักดนตรี และนักร้องจากสามวิทยาลัยร่วมกันแสดงเพื่อเป็นการถวายความอาลัยและรำลึกในพระกรุณาธิคุณ
- การบรรเลง : วงปี่พาทย์เป็นพิธีเปิดและเบิกโรง
- การแสดงโขน : เรื่องรามาวตาร โดยคณะนักแสดงจากวิทยาลัยนาฏศิลป
- ดนตรีพื้นบ้าน : การแสดงโปงลางโดยวงนครร้อยสินธุ์
ถ่ายทอดความภาคภูมิใจและการอนุรักษ์ศิลปะ
ดร.กิตติศักดิ์ สินธุโคตร ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัด กล่าวถึงที่มาของกิจกรรมและความสำคัญของการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมว่า
“การแสดงมหกรรมศิลปวัฒนธรรมครั้งนี้...จัดขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ด้วยทรงพระปรีชาสามารถล้ำเลิศในงานประณีตศิลป์ทุกแขนง ทรงทุ่มเทพระกำลังในการทำนุบำรุงงานศิลปะไว้เป็นสมบัติศิลป์แห่งแผ่นดินไทย ทรงเป็นมิ่งขวัญของเหล่าศิลปิน ทรงอนุรักษ์และฟื้นฟูงานศิลปะที่ใกล้จะสูญสิ้นให้กลับคืนมา สร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจแก่ปวงชนชาวไทย”
คำกล่าวของผู้อำนวยการวิทยาลัยสะท้อนให้เห็นความเกี่ยวโยงระหว่างงานศิลปะประเพณีและบทบาทของสถาบันการศึกษาในการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งในแง่การฝึกฝนบุคลากร การแสดงต่อสาธารณชน และการสร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าเชิงวัฒนธรรม
ความร่วมมือของสถาบันและผลต่อชุมชน
สามวิทยาลัยที่ร่วมจัดงาน ได้แก่ วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด และวิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา การรวมตัวของสถาบันจากหลายจังหวัดสะท้อนความร่วมมือข้ามพื้นที่ในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและแลกเปลี่ยนทักษะระหว่างนักศึกษา
| หน่วยงาน | บทบาท |
|---|---|
| วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ | ผู้จัดร่วม / นักแสดง |
| วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด | ผู้จัดร่วม / นักแสดง |
| วิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา | ผู้จัดร่วม / นักแสดง |
การจัดงานในที่สาธารณะเช่นหน้าที่ว่าการอำเภอ นอกจากทำให้ผลงานศิลปะเข้าถึงประชาชนโดยตรงแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้คนในชุมชนตระหนักถึงคุณค่าและความเป็นไปได้ในการร่วมกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น
อีกทั้งการใช้ผลงานศิลป์เป็นสื่อสาธารณะช่วยสร้างความภาคภูมิใจของผู้ปฏิบัติ ตั้งแต่นักศึกษาไปจนถึงครูผู้สอน และเป็นพื้นที่ฝึกประสบการณ์จริงสำหรับการจัดการแสดงต่อหน้าผู้ชม ซึ่งมีความสำคัญต่อการผลักดันงานศิลปวัฒนธรรมให้ยั่งยืน
การจัดมหกรรมครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการถวายอาลัยทางพิธีกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการย้ำเตือนบทบาทของศิลปะในการประสานชุมชน สืบสานภูมิปัญญา และสร้างความต่อเนื่องให้กับงานศิลปะประเพณีไทยที่ถือว่าเป็นสมบัติของแผ่นดิน