วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2569 จังหวัดกาฬสินธุ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเสริมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำ ในลุ่มน้ำปาว หลังจากการสำรวจล่าสุดพบเพิ่มอีก 13 ตัว ทำให้ยอดสะสมขณะนี้อยู่ที่ 54 ตัว ทั้งนี้พบจุดความชุกสูงในบริเวณพื้นที่น้ำตื้นของบ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้
การบูรณาการค้นหาและกำจัด
แหล่งข่าวระบุว่าทางจังหวัดได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง ประมงจังหวัด ผู้นำชุมชน และชาวประมงพื้นบ้าน ลงพื้นที่ค้นหาและกำจัดปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง การปฏิบัติการมุ่งหาจุดที่พบตัวอย่างและพื้นที่เสี่ยงในแนวเขื่อนลำปาวเพื่อชะลอการแพร่กระจายสู่พื้นที่ชลประทานด้านล่าง
สถานการณ์พื้นที่และจำนวนที่พบ
จากการตรวจสอบพบว่าเฉพาะบริเวณบ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำตื้น พบปลาหมอคางดำถึง 45 ตัว และเมื่อนับรวมทั้งพื้นที่ใน 3 อำเภอ ยอดสะสมที่ถูกบันทึกขณะนี้อยู่ที่ 54 ตัว เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าค้นหาเพิ่มเติมเพื่อประเมินการกระจายของสายพันธุ์ดังกล่าว
| พื้นที่ | จำนวนที่พบ |
|---|---|
| บ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ | 45 ตัว |
| พื้นที่รวม 3 อำเภอ | 54 ตัว (ยอดสะสม) |
ความกังวลและการตอบสนองของเกษตรกร
เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกและปลาหมอในอำเภอกมลาไสยกล่าวว่าได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการป้องกันไว้แล้ว โดยบางส่วนเชื่อว่าการแพร่ระบาดอาจมาจากการนำมาปล่อยจากภายนอกเนื่องจากปลาหมอคางดำปกติพบในแหล่งน้ำกร่อยในภาคกลางและชายฝั่งมากกว่าในเขื่อนน้ำจืด
“การพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวถือว่าเป็นเรื่องใหม่และน่าตกใจ...เชื่อว่าไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เกิดจากฝีมือคนเป็นผู้นำพามาปล่อย” — นายนคร สรรพศรี อายุ 59 ปี เกษตรกรผู้เพาะพันธุ์ลูกปลาบ้านโปโล
เกษตรกรบางรายชี้ว่า กระบวนการกรองน้ำก่อนสูบเข้าบ่อ การใช้ผ้าหรือมุ้งกรองที่มีความละเอียด รวมทั้งการเลี้ยงปลาหมอจำนวนมากในบ่อดิน อาจช่วยป้องกันการแทรกซึมของปลาต่างถิ่นเข้าสู่ระบบการเลี้ยงได้
- การกรองน้ำก่อนสูบเข้าบ่อด้วยผ้าหนา/มุ้งเขียว
- เฝ้าระวังพื้นที่รับน้ำจากคลองชลประทาน
- บูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐและชุมชนในการค้นหาและกำจัด
ความเสี่ยงต่อระบบนิเวศและเศรษฐกิจท้องถิ่น
ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมมักเตือนว่าการแทรกซึมของชนิดต่างถิ่นอย่างปลาหมอคางดำอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน้ำจืด เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่มีพฤติกรรมกินเนื้อและแข่งขันทรัพยากรอาหารกับปลาในพื้นที่ การเพิ่มจำนวนของปลาต่างถิ่นอาจส่งผลให้ชนิดพื้นถิ่นลดลงและกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร ทั้งยังก่อความเสียหายต่อกิจกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของชุมชน
ขณะเดียวกันเกษตรกรในพื้นที่แสดงความมั่นใจว่าวิธีการป้องกันและการจัดการแบบท้องถิ่น เช่น การคัดกรองน้ำและการใช้ปลานักล่าในบ่อ จะช่วยจำกัดความเสี่ยงได้ แต่นโยบายของหน่วยงานกลางและการติดตามเชิงวิชาการยังจำเป็นเพื่อยืนยันสถานการณ์และแนวทางจัดการระยะยาว
เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำต่อไป โดยขอให้ประชาชนและเกษตรกรรายงานหากพบปลาคล้ายลักษณะดังกล่าวในพื้นที่ของตน