สถานการณ์และมาตรการของจังหวัด
วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569 จังหวัดกาฬสินธุ์เร่งติดตามสถานการณ์การพบ ปลาหมอคางดำ ในพื้นที่เขื่อนลำปาว หลังเจ้าหน้าที่และชาวประมงพื้นบ้านตรวจสอบพบรวมทั้งสิ้น 16 ตัว รอบอ่างเก็บน้ำ โดยเหตุการณ์นี้ถูกนำเข้าหารืออย่างเป็นทางการในการประชุมคณะกรรมการประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ครั้งที่ 1/2569 ที่ห้องประชุมสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์
การประชุมมี พล.ร.ต.สุวรรธน์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัด มอบหมายให้ นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานการประชุม และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้แก่ เจ้าหน้าที่สำนักงานประมงประจำจังหวัด เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืด นักวิชาการ และผู้นำชุมชน
ผลการตรวจสอบทีมงานภาคสนาม
นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานการตรวจสอบร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวประมงพื้นบ้านว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบรอบเขื่อนทั้งสิ้น 11 จุด พบปลาหมอคางดำรวม 13 ตัว ในการตรวจสอบรอบแรก โดยเฉลี่ยแต่ละจุดพบประมาณ 1–3 ตัว ซึ่งยังไม่เข้าเกณฑ์การชุกชุมหรือประกาศเขตภัยพิบัติ
ต่อมาได้รับรายงานเพิ่มเติมในช่วงกลางดึกจากกลุ่มไลน์ประมงจังหวัดว่าชาวประมงพื้นบ้าน บ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย ได้หว่านแหพบปลาหมอคางดำอีก 3 ตัว ในจุดเดียว ทำให้จำนวนรวมที่พบรอบเขื่อนลำปาวขณะนี้เป็น 16 ตัว
ลักษณะตัวปลาและความเสี่ยงต่อภาคการเพาะเลี้ยง
จากการประเมินของเจ้าหน้าที่คาดว่า ปลาที่พบมีอายุประมาณ 3–6 เดือน เป็นชนิดที่ชอบอาศัยในน้ำนิ่งและมักอยู่รวมเป็นฝูงบริเวณที่มีอินทรียวัตถุสูง ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ทำให้มีแนวโน้มเคลื่อนย้ายน้อยและยังพอจำกัดวงการขยายพันธุ์ได้ หากดำเนินมาตรการควบคุมอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันยังไม่มีรายงานยืนยันว่าปลาหมอคางดำได้หลุดลงสู่พื้นที่ด้านใต้ของเขื่อนซึ่งเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยง กุ้งก้ามกราม อย่างไรก็ตาม ผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ได้เพิ่มมาตรการคุมเข้ม โดยเน้นการติดตั้งและตรวจสอบระบบกรองน้ำก่อนสูบน้ำจากคลองชลประทานเข้าสู่บ่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ
มาตรการที่จังหวัดดำเนินการ
ที่ประชุมคณะกรรมการประมงจังหวัดเห็นชอบมาตรการเชิงป้องกันและเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการขยายตัวของปลาหมอคางดำ โดยยืนยันแนวทางหลักคือมาตรการ “เจอ แจ้ง จับ จบ” ซึ่งประกอบด้วยการตรวจพบ-แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ-จับตัวอย่างเพื่อทำลายหรือกักกัน และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
- เพิ่มความถี่การตรวจสอบจุดเสี่ยงรอบเขื่อนและคลองส่งน้ำ
- ประสานงานกับผู้นำชุมชนเพื่อแจ้งเตือนและเก็บข้อมูลผ่านเครือข่ายประมงท้องถิ่น
- ให้คำแนะนำแก่ผู้เลี้ยงกุ้งเรื่องการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบกรองน้ำ
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและชุมชน
แม้ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานว่าปลาหมอคางดำได้แพร่ขยายไปยังแหล่งเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ แต่ความกังวลจากเกษตรกรและผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงเป็นเรื่องจริง เพราะหากปลานี้แพร่กระจาย จะอาจส่งผลต่อระบบนิเวศและการผลิตของผู้เลี้ยงทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ
เจ้าหน้าที่จึงเน้นย้ำความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งการรายงานข้อมูลเชิงพื้นที่อย่างทันท่วงที การติดตั้งอุปกรณ์คัดกรองที่ได้มาตรฐาน และการให้ความรู้แก่ชุมชนเพื่อหลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายปลาโดยไม่ได้ตั้งใจ
| ประเด็น | ข้อมูล |
|---|---|
| จำนวนจุดที่ตรวจสอบ | 11 จุด |
| จำนวนปลาที่พบ (รอบแรก) | 13 ตัว |
| จำนวนปลาที่พบเพิ่มเติม (บ้านคำเขื่อนแก้ว) | 3 ตัว |
| รวมทั้งหมด | 16 ตัว |
| อายุของปลา (โดยประมาณ) | 3–6 เดือน |
ข้อแนะนำและแนวปฏิบัติสำหรับชาวประมงและผู้เลี้ยงกุ้ง
เจ้าหน้าที่แนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติดังนี้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ
- หากพบปลาคล้ายปลาหมอคางดำให้แจ้งเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดทันที
- งดเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำหรือวัสดุที่อาจมีไข่/ลูกปลาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบและเสริมมาตรการกรองน้ำก่อนสูบน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะเข้าสู่บ่อเลี้ยง
จังหวัดกาฬสินธุ์ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อควบคุมไม่ให้การพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวขยายตัวจนเป็นปัญหาผลกระทบต่อระบบนิเวศและอาชีพของประชาชนในพื้นที่