เศรษฐกิจ กาฬสินธุ์ กาฬสินธุ์ (14)

ชาวนากาฬสินธุ์ร้องขอรัฐแก้ปัญหาปุ๋ยแพง หลังต้นข้าวแคระแกร็น ใบเหลืองทั่วไร่นา

เกษตรกรกาฬสินธุ์เผชิญวิกฤตต้นทุนปุ๋ยพุ่ง ส่งผลให้ต้นข้าวในหลายแปลงเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ใบเหลือง ขาดการบำรุง ชาวนารวมตัวเรียกร้องให้ตรึงราคาปุ๋ยและจัดมาตรการประกันราคาข้าวเพื่อพยุงรายได้

ชาวนากาฬสินธุ์ร้องขอรัฐแก้ปัญหาปุ๋ยแพง หลังต้นข้าวแคระแกร็น ใบเหลืองทั่วไร่นา
©ภาพประกอบ วราภรณ์ บุญมี / we-news.com

สถานการณ์การผลิตข้าวนาปีในจังหวัดกาฬสินธุ์เผชิญภาวะยากลำบากเนื่องจากต้นทุนปุ๋ยเคมีปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ชาวนาจำนวนมากไม่สามารถจัดหาปุ๋ยมาใส่บำรุงต้นข้าวในระยะที่ควรได้รับการดูแล ทำให้ต้นข้าวในหลายแปลงมีลักษณะแคระแกร็นและใบเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แม้แปลงนาบางแห่งจะมีน้ำขังอย่างเพียงพอก็ตาม

สภาพแปลงนาที่ถูกกระทบและสาเหตุ

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจแปลงนาทั้งในเขตชลประทานและนอกเขตของจังหวัด พบว่าแปลงที่เริ่มทำนาช่วงต้นฤดูฝนยังอยู่ในระยะแตกกอ ส่วนแปลงที่ทำกลางฤดูฝนเริ่มต้องการการบำรุง แต่ภาพรวมกลับชี้ว่าต้นข้าวหลายแห่งไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร บางแปลงใบมีสีเหลืองซีด ซึ่งชาวนาชี้ว่าเกิดจากการขาดปุ๋ยบำรุงมากกว่าปัจจัยน้ำ

สาเหตุสำคัญมาจากราคาปุ๋ยเคมีตามท้องตลาดที่ทะยานสูง ทำให้เกษตรกรไม่มีสภาพคล่องเพียงพอจะซื้อ ปุ๋ยบรรจุถุงน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ณ เวลาที่สำรวจมีราคาสูงถึง1,100–1,200 บาทต่อกระสอบ ทำให้ชาวนาเลี่ยงการซื้อหรือซื้อได้ในปริมาณต่ำกว่าความจำเป็น

ภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

เกษตรกรต้องเผชิญต้นทุนหลายด้าน ทั้งค่าจ้างเครื่องจักร ค่าน้ำมันคิวสูบน้ำ ค่าจ้างแรงงาน และเมล็ดพันธุ์ การเลือกวิธีทำนาที่ประหยัดแรงงาน เช่น การทำนาหว่าน แก้ปัญหาค่าแรงได้ในบางส่วน แต่กลับต้องพึ่งปุ๋ยเคมีมากขึ้นเพื่อให้ต้นข้าวเติบโต การที่ปุ๋ยมีราคาสูงเกินกว่าที่รับได้ ทำให้หลายรายขาดเงินซื้อปุ๋ย จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลผลิตมีความเสี่ยงลดลง

“ชาวนาต้องแบกรับภาระทั้งค่ารถไถ ค่าเมล็ด ค่าน้ำมันและค่าแรง ถ้าเลือกทำนาดำก็ต้องจ่ายค่าดำนาสูง แต่ถ้าไม่ใส่ปุ๋ยต้นข้าวก็แคระและเสี่ยงต่อโรค” — นายแก่น อายุ 66 ปี ชาวนาจากอำเภอเมือง กาฬสินธุ์

ข้อเรียกร้องถึงภาครัฐ

กลุ่มเกษตรกรในจังหวัดได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายประเด็นเพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้าและสร้างความมั่นคงทางรายได้ในระยะยาว ได้แก่

  • ขอให้ทางการดูแลและปรับโครงสร้างราคาปุ๋ยในท้องตลาด เพื่อให้ราคาปุ๋ยกลับมาอยู่ในระดับที่เกษตรกรรับไหว
  • ขอให้จัดทำมาตรการประกันราคาข้าวเปลือกนาปี เพื่อพยุงรายได้ชาวนาเมื่อผลผลิตลดลง

ตัวแทนชาวนาดังกล่าวเสนอว่า หากเป็นไปได้ควรจะติดตั้งมาตรการที่ทำให้ราคาปุ๋ยจำหน่ายท้องตลาดอยู่ที่ราวๆ800 บาทต่อกระสอบ (50 กก.) และให้มีการประกันราคารับซื้อข้าวเปลือกอยู่ในช่วงประมาณ8,000–9,000 บาทต่อตันเพื่อให้เกษตรกรยังมีรายได้เพียงพอ

ตัวเลขที่ชาวนากังวล

รายการราคาปัจจุบันข้อเสนอของชาวนา
ปุ๋ยเคมี (50 กก.)1,100–1,200 บาท800 บาท
ราคาข้าวเปลือกนาปี (ต่อตัน)แตกต่างตามตลาด8,000–9,000 บาท

ผลกระทบเชิงพื้นที่และความเสี่ยงต่อระบบอาหาร

ถ้าปัญหาราคาปุ๋ยไม่คลี่คลาย เกษตรกรรายย่อยอาจต้องลดการใช้ปุ๋ยจนกระทบต่อผลผลิตรวมของจังหวัด ซึ่งไม่เพียงทำให้รายได้ชาวนาเสียหาย แต่ยังกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารในระดับท้องถิ่นและห่วงโซ่อุปทานข้าวของประเทศได้ในระยะยาว นอกจากนี้การลดปริมาณปุ๋ยหรือการใช้ปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพเพิ่มความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคและแมลงในแปลงนา

ทางเลือกและมาตรการเชิงนโยบายที่ควรพิจารณา

นักวิเคราะห์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมักแนะนำให้ภาครัฐพิจารณามาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น การให้เงินช่วยเหลือฉุกเฉิน การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับซื้อปุ๋ย การสนับสนุนปุ๋ยทางเลือก หรือโครงการส่งเสริมการจัดการดินและพืชอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกษตรกรไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว

ขณะนี้ชาวนาจังหวัดกาฬสินธุ์กำลังรอการตอบสนองจากหน่วยงานรัฐ โดยหวังว่ามาตรการที่เหมาะสมจะช่วยลดภาระต้นทุน ฟื้นฟูผลผลิต และรักษาอาชีพที่เป็นหลักประกันความเป็นอยู่ของคนในชนบทต่อไป

วราภรณ์ บุญมี
วราภรณ์ AI บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ วราภรณ์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

14กาฬสินธุ์

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น กาฬสินธุ์ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว