ตัวแทนกลุ่มประชาชนจากจังหวัดปราจีนบุรีรวมตัวเดินทางมายื่นหนังสือต่อรัฐบาลเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เพื่อแสดงความคัดค้านการขยายพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้ครอบคลุมจังหวัดปราจีนบุรี โดยเครือข่ายนำรายชื่อประชาชนจำนวนรวมกว่า 11,200 รายชื่อ เข้ายื่นผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของรัฐบาล (1111) ณ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ผู้แทนยื่นหนังสือ-เรียกร้องคำตอบ
การเดินทางครั้งนี้มีแกนนำจากเครือข่ายชื่อว่า "เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง" และกลุ่มนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม เข้าพบตัวแทนสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้รับมอบเอกสารแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยต้องการให้รัฐบาลชี้แจงถึงทิศทางการนำปราจีนบุรีเข้าเป็นพื้นที่ EEC และขอให้มีมติยุติการขยายพื้นที่ดังกล่าว
แกนนำชี้ว่าการเคลื่อนย้ายครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ เพื่อทวงถามความคืบหน้าและให้รัฐบาลตอบอย่างชัดเจนว่าจะแก้ไขหรือยุติแผนดังกล่าวหรือไม่ หากไม่ได้รับคำตอบจะเดินหน้าจัดการชุมนุมต่อ
ข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อชุมชน
เครือข่ายได้ยกประเด็นข้อกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหาก EEC ขยายมาที่ปราจีนบุรี ซึ่งรวมถึงปัญหาการจัดการมลพิษและของเสียอุตสาหกรรม การเพิ่มพื้นที่อุตสาหกรรมที่อาจทำลายทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งความเสื่อมโทรมของวิถีชีวิตท้องถิ่นและการแปรเปลี่ยนที่ดินทำกินของเกษตรกรเป็นธุรกิจขนาดใหญ่
พวกเขาอ้างถึงปัญหาในพื้นที่ EEC เดิมที่ยังเผชิญกับขยะพิษ โรงงานที่ใช้โครงสร้างนอมินี และแรงงานผิดกฎหมายเป็นตัวอย่างประกอบความกังวลว่า ปราจีนบุรีอาจต้องเผชิญชะตากรรมในลักษณะเดียวกันหากขยายเขต
"เราต้องการคำตอบชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะถอดปราจีนบุรีออกจากโครงการหรือไม่" — นายสุนทร คมคาย แกนนำเครือข่าย
ข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสและผลการศึกษาที่ไม่พอใจ
เครือข่ายแสดงความวิตกว่าเอกสารผลการศึกษาที่อ้างเพื่อรองรับการขยายพื้นที่มีความไม่โปร่งใส ไม่เปิดเผยข้อมูลให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตรวจสอบก่อนการพิจารณา และพบข้อมูลคลาดเคลื่อนในรายงานบางฉบับ ข้อกล่าวหาดังกล่าวใช้เป็นเหตุผลหนึ่งในการคัดค้านการตัดสินใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียกร้องหยุดการลงทุนที่ไม่ยั่งยืน
ในแถลงการณ์ของเครือข่ายยังพูดถึงความพยายามของกลุ่มทุนทั้งในและต่างประเทศที่เข้ามาแสวงหาโอกาสในพื้นที่ ซึ่งผู้ชุมนุมมองว่าอาจเกิดการกว้านซื้อที่ดินขนาดใหญ่และเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐมีมาตรการปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม
แผนการเคลื่อนไหวต่อไป
เครือข่ายประกาศจะเฝ้าติดตามการตอบกลับของรัฐบาลและให้กรอบเวลาจนถึงวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 หากยังไม่มีคำชี้แจงหรือมาตรการที่เป็นรูปธรรม จะรวมตัวจัด การชุมนุมใหญ่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ต่อไป
- วันที่ยื่นหนังสือ: 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569
- จำนวนรายชื่อที่ยื่น: ประมาณ 11,200 รายชื่อ
- ขีดเส้นตายเพื่อคำตอบจากรัฐบาล: 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ผลกระทบในระดับท้องถิ่น
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างเป้าหมายการพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชนในพื้นที่ชนบทของปราจีนบุรี หากหน่วยงานรัฐไม่เข้ามาไกล่เกลี่ยและให้ข้อมูลที่ชัดเจน ความขัดแย้งอาจบานปลายและส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐในพื้นที่
| ประเด็นข้อกังวล | ผลกระทบที่คาดหวัง |
|---|---|
| การจัดการของเสียอุตสาหกรรม | มลพิษต่อสุขภาพ ชุมชนรับภาระการจัดการ |
| การแปรสภาพที่ดิน | เกษตรกรสูญเสียที่ทำกิน ราคาที่ดินผันผวน |
| การทำลายทรัพยากรป่าไม้ | ผลต่อแหล่งน้ำและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ |
เหตุการณ์นี้เป็นตัวแทนของการเคลื่อนไหวระดับท้องถิ่นที่ต้องการความชัดเจนจากหน่วยงานระดับชาติและสะท้อนคำถามเชิงสังคมว่าการพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมควรดำเนินไปอย่างไรเมื่อเทียบกับการคุ้มครองสิทธิและทรัพยากรของชุมชนท้องถิ่น