วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกในอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรีเผชิญวิกฤติราคาผลผลิตตกต่ำอย่างหนัก ส่งผลให้เกษตรกรหลายรายต้องแบกรับต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มขึ้นแต่ไม่สามารถระบายสินค้าได้ทัน สำนักงานประมงจังหวัดระบุว่ากำลังเร่งประสานตลาดและผู้ประกอบการเพื่อช่วยระบายผลผลิต
ราคาตก-ปลาล้นบ่อ เกษตรกรพะว้าพะวังต้นทุน
เกษตรกรรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ราคาปลาดุกลดลงอย่างรวดเร็ว จากที่เคยขายได้มากกว่า 40 บาทต่อกิโลกรัม ในช่วงก่อนหน้า ปัจจุบันราคาตกลงเหลือเพียงประมาณ 18 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้การเลี้ยงปลาหลายฟาร์มกลายเป็นภาระ เนื่องจากยังต้องจ่ายค่าอาหารและค่าดูแลที่เพิ่มขึ้นทุกวัน บางรายถึงขั้นไม่มีเงินซื้ออาหารปลา
สาเหตุ: ผลผลิตออกพร้อมกัน-ตลาดรับไม่พอ
ปัญหาที่สำนักงานประมงจังหวัดราชบุรีวิเคราะห์พบว่า เกิดจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดพร้อมกันมากเกินกว่าความต้องการซื้อของผู้ประกอบการและผู้รวบรวม อีกทั้งผู้รับซื้อบางรายมีออเดอร์เพียงเล็กน้อย ทำให้ไม่สามารถรับซื้อปลาจำนวนมากได้ ขณะเดียวกันมีข้อจำกัดด้านการขนส่งที่เพิ่มต้นทุนให้กับเกษตรกร
"ปลาล้นบ่อ แต่ตลาดไม่พอรับ"
เป็นคำที่สะท้อนสถานการณ์จากเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปริมาณปลาในฟาร์มมีมากจนระบบตลาดในปัจจุบันไม่สามารถรองรับได้
ความยากลำบากในการจำหน่าย
ข้อมูลจากผู้ประกอบการและเกษตรกรระบุถึงเงื่อนไขการรับซื้อที่สร้างภาระเพิ่ม เช่น ผู้รับซื้อบางรายสั่งซื้อเพียงหลัก 500 กิโลกรัมถึง 1 ตัน ต่อครั้ง แต่ฟาร์มบางแห่งมีปลาพร้อมจับครั้งละ 5–10 ตัน หรือมากกว่า ทำให้การจับจำหน่ายต้องรอหรือยืดระยะเวลา นอกจากนี้ผู้ซื้อบางรายกำหนดให้เกษตรกรเป็นผู้ขนส่งเอง ซึ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายในด้านรถ อุปกรณ์ และแรงงาน
| รายการ | ข้อมูลจากแหล่งข่าว |
|---|---|
| ราคาเดิม | มากกว่า 40 บาท/กก. |
| ราคาปัจจุบัน | ประมาณ 18 บาท/กก. |
| ปริมาณออเดอร์ทั่วไป | 500 กิโลกรัม–1 ตัน/ครั้ง |
| ปริมาณปลาในฟาร์มบางแห่ง | 5–10 ตัน/ครั้ง |
บทบาทของหน่วยงานรัฐและแนวทางการแก้ปัญหา
นายอำนาจ จีนขาวขำ ประมงจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า สำนักงานประมงจังหวัดได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรแล้ว และอยู่ระหว่างการประสานกับผู้ตรวจราชการกรมประมง เขต 3 รวมทั้งพาณิชย์จังหวัด เพื่อค้นหาผู้ประกอบการและตลาดเพิ่มเติม ทั้งภายในจังหวัดราชบุรีและตลาดกลางขนาดใหญ่ เช่น ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี เพื่อเพิ่มช่องทางการระบายผลผลิต และช่วยลดการขาดทุนของเกษตรกร
มาตรการที่พิจารณาและเสนอหลากหลายรูปแบบ อาทิ การประสานตลาดกลางขนาดใหญ่เพื่อรับซื้อจำนวนมาก การส่งเสริมผู้ประกอบการรับซื้อเป็นกลุ่ม การจัดตารางจับจำหน่ายที่สอดคล้องกับออเดอร์ของผู้ซื้อ และการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งเพื่อลดต้นทุนของเกษตรกร
ผลกระทบต่อชุมชนและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ
การที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำไม่เพียงส่งผลต่อรายได้ของผู้เลี้ยงปลาโดยตรง แต่ยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของห่วงโซ่อุปทานเมื่อมีผลผลิตออกมาพร้อมกัน ทั้งแรงงานที่เกี่ยวข้อง ค่าใช้จ่ายในชุมชนที่อาจถูกกดดัน และความสามารถในการลงทุนต่อยอดธุรกิจการประมงในอนาคต
สำนักงานประมงจังหวัดยอมรับว่า ปัญหาดังกล่าวไม่จำกัดเฉพาะปลาดุกเท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตรหลายชนิดเมื่อมีการผลิตพร้อมกัน ขณะที่การบริหารจัดการตลาดและการเชื่อมโยงออเดอร์ยังมีข้อจำกัด
ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
- การจัดตั้งศูนย์รวบรวมผลผลิตระดับพื้นที่เพื่อรวบรวมและกระจายการจำหน่ายให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
- การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเกษตรกรเป็นกลุ่มเพื่อรองรับการสั่งซื้อขนาดใหญ่
- มาตรการสนับสนุนด้านการขนส่ง เช่น การอุดหนุนค่าโลจิสติกส์เฉพาะกรณีที่ต้องขนส่งไปยังตลาดกลางไกล
ขณะนี้สำนักงานประมงจังหวัดราชบุรีได้เริ่มเคลื่อนงานประสานตลาดเพื่อช่วยระบายผลผลิต แต่การแก้ไขปัญหาในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับกระทรวงเพื่อออกแบบระบบการตลาดที่สามารถรองรับปริมาณผลผลิตได้อย่างยั่งยืน
สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาที่ได้รับผลกระทบ สามารถติดต่อแจ้งปัญหาและขอความช่วยเหลือจากสำนักงานประมงจังหวัดราชบุรีเพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานหาช่องทางระบายผลผลิตต่อไป