เมื่อวันที่ 14 ส.ค.พ.ต.อ.พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจตราและดูแลความปลอดภัยบริเวณโดยรอบโรงเรียนชื่อดังในอำเภอเมืองหลังมีข้อความข่มขู่ความรุนแรงถูกส่งเข้าไปในกลุ่มไลน์ของผู้ปกครอง ส่งผลให้ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่สถานศึกษาเกิดความวิตกกังวลเป็นวงกว้าง
การเข้าตรวจและมาตรการชั่วคราว
ตามคำสั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดได้ระดมกำลังรวมทั้งสิ้น 26 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนของอำเภอเมืองเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา จุดตรวจและการสังเกตการณ์รอบโรงเรียนถูกเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ โดยมีการประสานงานกับผู้บริหารสถานศึกษาและครูประจำชั้นเพื่อดูแลการเข้า–ออกบริเวณโรงเรียน
เนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ โรงเรียนจึงประกาศเปลี่ยนรูปแบบการสอนเป็นระบบออนไลน์เป็นเวลา 1 วัน เพื่อให้ครูและนักเรียนหลีกเลี่ยงการรวมตัวที่สถานศึกษาและลดความเสี่ยงต่อเหตุร้าย เจ้าหน้าที่ได้ประสานให้ครูแจ้งช่องทางการเข้าเรียนออนไลน์แก่ผู้ปกครองตามปกติ
"พรุ่งนี้ จะกราดยิง"
ข้อความข่มขู่นี้ถูกส่งเข้าไปยังกลุ่มไลน์ผู้ปกครองและเป็นสาเหตุของการตื่นตระหนก เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนโดยใช้เทคนิคทางเทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบร่องรอยดิจิทัลและติดตามตัวผู้ส่งข้อความมาสอบสวนถึงวัตถุประสงค์
มาตรการของตำรวจและข้อแนะนำ
พ.ต.อ.พล.ต.ต.อาทรเน้นย้ำว่าตำรวจได้เตรียมมาตรการดูแลโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและจะเพิ่มการลาดตระเวนเมื่อจำเป็น ส่วนการดำเนินคดีจะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายหากพบผู้กระทำความผิด
- การระดมกำลังตรวจตรารอบโรงเรียนเพื่อสร้างความมั่นใจ
- เปลี่ยนการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ชั่วคราวเพื่อลดการรวมตัว
- การสืบสวนทางเทคโนโลยีเพื่อติดตามตัวผู้ส่งข้อความ
ผู้ปกครองควรติดตามช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการจากโรงเรียน และให้ความร่วมมือกับการสืบสวนโดยแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อเจ้าหน้าที่ หากพบพฤติกรรมต้องสงสัยให้รีบแจ้งตำรวจทันที
ผลกระทบต่อการเรียนการสอนและชุมชน
การประกาศปรับเป็นการเรียนออนไลน์ฉับพลันส่งผลให้ครูและนักเรียนต้องปรับตัว ทั้งในด้านการเตรียมเนื้อหาและการเข้าถึงเทคโนโลยีของครอบครัวที่มีพื้นฐานแตกต่างกัน โรงเรียนได้ประสานงานให้ครูประจำชั้นแจ้งรายละเอียดการเข้าเรียนเพื่อให้การเรียนการสอนดำเนินต่อไปโดยไม่เกิดช่องว่าง
ในมุมชุมชน เหตุการณ์ดังกล่าวก่อความหวาดกลัวและกระตุ้นให้ผู้ปกครองบางส่วนเรียกร้องมาตรการป้องกันที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิด การเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอดส่องบุคคลนอกพื้นที่
ข้อมูลการปฏิบัติการเบื้องต้น
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| เจ้าหน้าที่ตำรวจ | 20 นาย |
| สมาชิก อส. อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ | 6 นาย |
| รวมกำลังที่ลงพื้นที่ | 26 นาย |
เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างรวดเร็วและรัดกุมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้ที่ส่งข้อความข่มขู่ หากพบว่ามีเจตนาก่อเหตุจริง การดำเนินคดีจะครอบคลุมทั้งความผิดเกี่ยวกับการข่มขู่และการใช้อาวุธตามบทบัญญัติของกฎหมาย
ขณะที่เหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษายังเกิดขึ้นในจังหวัดอื่น ๆ เช่นกรณีชายถือมีดก่อความวุ่นวายหน้าสถานศึกษาที่ถูกจับกุมในพื้นที่ปทุมธานี–นนทบุรี แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของการประสานงานระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและสถานศึกษาเพื่อปกป้องนักเรียนและบุคลากร
ผู้ปกครองและประชาชนที่มีข้อมูลเพิ่มเติมสามารถแจ้งเบาะแสแก่สถานีตำรวจภูธรใกล้บ้านหรือหมายเลขฉุกเฉินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ทันเวลา