เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2569 ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หน่วยงานภาครัฐนำโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายนอมินีต่างด้าวครั้งที่ 6 ในพื้นที่โครงการบ้านเดี่ยวและพูลวิลล่าสไตล์โมเดิร์นย่านตำบลทับใต้ การปฏิบัติการครั้งนี้มีการออกหมายจับบุคคลต่างชาติและหมายเรียกผู้ต้องสงสัยเป็นคนไทยรวมหลายสิบราย
กำลังสนธิ 200 นาย ตรวจค้น 15 จุด พบบริษัทถือครองแทน
การเข้าตรวจค้นสนธิกำลังมากกว่า 200 นาย ประกอบด้วยตำรวจส่วนกลาง ผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรภาค 7 หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน พร้อมออกหมายค้นรวม 15 จุด ในพื้นที่ตรวจสอบ เบื้องต้นมีการออกหมายจับบุคคลสัญชาติต่างชาติรวม 45 ราย และออกหมายเรียกบุคคลไทยที่ถูกสงสัยเกี่ยวข้องอีก 39 ราย โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายได้แล้วจำนวน 12 ราย
ตัวเลขสำคัญของปฏิบัติการ
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| หมายจับบุคคลต่างชาติ | 45 |
| หมายเรียกบุคคลไทย | 39 |
| จุดตรวจค้น | 15 |
| บริษัทพบถือครองแทนต่างชาติ | 33 |
| มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น | ประมาณ 300 ล้านบาท |
| นิติบุคคลที่มีความเสี่ยง | 849 ราย |
หน่วยงานที่เข้าร่วมและเป้าหมายการตรวจสอบ
ผู้บังคับบัญชาชั้นนำที่ลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้แก่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาของภูธรภาค 7 และผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมที่ดิน
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผู้บังคับบัญชาอำนวยการ)
- กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7
- สำนักงานที่ดินและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ฝ่ายปกครองท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ความมั่นคง
เป้าหมายหลักของการจับกุมและตรวจค้นคือการยุติการใช้บุคคลไทยหรือนิติบุคคลเป็นนอมินีเพื่อถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนชาวต่างชาติ ซึ่งผิดต่อกฎหมายว่าด้วยการครอบครองที่ดินโดยชาวต่างชาติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ผลกระทบต่อชุมชนและตลาดอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่น
การดำเนินการครั้งนี้ชี้ให้เห็นปัญหาเชิงระบบในตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่วนหนึ่งของหัวหินที่มีการจัดตั้งนิติบุคคลจำนวนมากเพื่อนำมาถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติ เจ้าหน้าที่ระบุว่าพบความเสี่ยงของนิติบุคคลถึง 849 ราย ในพื้นที่ซึ่งอาจบ่งชี้การทำธุรกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในวงกว้าง หากยืนยันการกระทำผิดจริง จะมีผลต่อความเชื่อมั่นตลาดอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่น และอาจกระทบต่อเจ้าของที่ดินที่ถูกนำมาใช้เป็น “นอมินี” โดยไม่สมัครใจ
มุมมองทางกฎหมายและขั้นตอนต่อไป
การออกหมายจับและหมายเรียกเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายแล้วบางส่วน และจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป หากพบการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการครอบครองที่ดิน นอกจากความผิดทางอาญาแล้ว ผู้เกี่ยวข้องอาจเสี่ยงต่อการเพิกถอนสิทธิครอบครองหรือการบังคับให้โอนกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้เน้นย้ำให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสและเข้าร่วมกระบวนการสอบสวนเมื่อได้รับหมายเรียก เพื่อให้การสืบสวนเป็นไปอย่างรัดกุมและเป็นธรรม
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อเนื่องในการตรวจสอบและปราบปรามการใช้บุคคลหรือองค์กรเป็นตัวแทนถือครองทรัพย์สินแทนชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทางการกำลังเร่งแก้ไขเพื่อฟื้นฟูความถูกต้องของระบบทะเบียนที่ดินและการลงทุนในพื้นที่ชายฝั่งที่มีการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์