อาชญากรรม หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ (61)

ตำรวจทลายนอมินีต่างด้าว เฟส 6 ตรวจค้นพูลวิลล่าหัวหิน จับกุม-ออกหมายหลายสิบราย

ปฏิบัติการสนธิกำลังทลายนอมินีต่างด้าว เฟส 6 ที่อำเภอหัวหิน พบมีบริษัทอย่างน้อย 33 แห่งถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติ มูลค่าความเสียหายประมาณ 300 ล้านบาท ออกหมายจับชาวต่างชาติ 45 รายและหมายเรียกคนไทย 39 ราย เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาตามหมายได้ 12 ราย ขณะที่พบข้อมูลนิติบุคคลมีความเสี่ยงสูงถึง 849 รายในพื้นที่

ตำรวจทลายนอมินีต่างด้าว เฟส 6 ตรวจค้นพูลวิลล่าหัวหิน จับกุม-ออกหมายหลายสิบราย
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2569 ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หน่วยงานภาครัฐนำโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายนอมินีต่างด้าวครั้งที่ 6 ในพื้นที่โครงการบ้านเดี่ยวและพูลวิลล่าสไตล์โมเดิร์นย่านตำบลทับใต้ การปฏิบัติการครั้งนี้มีการออกหมายจับบุคคลต่างชาติและหมายเรียกผู้ต้องสงสัยเป็นคนไทยรวมหลายสิบราย

กำลังสนธิ 200 นาย ตรวจค้น 15 จุด พบบริษัทถือครองแทน

การเข้าตรวจค้นสนธิกำลังมากกว่า 200 นาย ประกอบด้วยตำรวจส่วนกลาง ผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรภาค 7 หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน พร้อมออกหมายค้นรวม 15 จุด ในพื้นที่ตรวจสอบ เบื้องต้นมีการออกหมายจับบุคคลสัญชาติต่างชาติรวม 45 ราย และออกหมายเรียกบุคคลไทยที่ถูกสงสัยเกี่ยวข้องอีก 39 ราย โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายได้แล้วจำนวน 12 ราย

ตัวเลขสำคัญของปฏิบัติการ

รายการ จำนวน
หมายจับบุคคลต่างชาติ 45
หมายเรียกบุคคลไทย 39
จุดตรวจค้น 15
บริษัทพบถือครองแทนต่างชาติ 33
มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น ประมาณ 300 ล้านบาท
นิติบุคคลที่มีความเสี่ยง 849 ราย

หน่วยงานที่เข้าร่วมและเป้าหมายการตรวจสอบ

ผู้บังคับบัญชาชั้นนำที่ลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้แก่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาของภูธรภาค 7 และผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมที่ดิน

  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผู้บังคับบัญชาอำนวยการ)
  • กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7
  • สำนักงานที่ดินและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ฝ่ายปกครองท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ความมั่นคง

เป้าหมายหลักของการจับกุมและตรวจค้นคือการยุติการใช้บุคคลไทยหรือนิติบุคคลเป็นนอมินีเพื่อถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนชาวต่างชาติ ซึ่งผิดต่อกฎหมายว่าด้วยการครอบครองที่ดินโดยชาวต่างชาติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบต่อชุมชนและตลาดอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่น

การดำเนินการครั้งนี้ชี้ให้เห็นปัญหาเชิงระบบในตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่วนหนึ่งของหัวหินที่มีการจัดตั้งนิติบุคคลจำนวนมากเพื่อนำมาถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติ เจ้าหน้าที่ระบุว่าพบความเสี่ยงของนิติบุคคลถึง 849 ราย ในพื้นที่ซึ่งอาจบ่งชี้การทำธุรกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในวงกว้าง หากยืนยันการกระทำผิดจริง จะมีผลต่อความเชื่อมั่นตลาดอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่น และอาจกระทบต่อเจ้าของที่ดินที่ถูกนำมาใช้เป็น “นอมินี” โดยไม่สมัครใจ

มุมมองทางกฎหมายและขั้นตอนต่อไป

การออกหมายจับและหมายเรียกเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายแล้วบางส่วน และจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป หากพบการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการครอบครองที่ดิน นอกจากความผิดทางอาญาแล้ว ผู้เกี่ยวข้องอาจเสี่ยงต่อการเพิกถอนสิทธิครอบครองหรือการบังคับให้โอนกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้เน้นย้ำให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสและเข้าร่วมกระบวนการสอบสวนเมื่อได้รับหมายเรียก เพื่อให้การสืบสวนเป็นไปอย่างรัดกุมและเป็นธรรม

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อเนื่องในการตรวจสอบและปราบปรามการใช้บุคคลหรือองค์กรเป็นตัวแทนถือครองทรัพย์สินแทนชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทางการกำลังเร่งแก้ไขเพื่อฟื้นฟูความถูกต้องของระบบทะเบียนที่ดินและการลงทุนในพื้นที่ชายฝั่งที่มีการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

61ประจวบคีรีขันธ์

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ประจวบคีรีขันธ์ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว