การสกัดจับและการประสานงาน
เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569 ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์นำการปฏิบัติการกวาดล้างสินค้าหนีภาษีโดยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด ผลการปฏิบัติการดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางคำสั่งจากผู้บริหารกรมศุลกากรเพื่อยกระดับการตรวจค้นสินค้าผิดกฎหมายที่ลักลอบนำเข้าจากภาคใต้เข้าสู่พื้นที่ชั้นใน
การปฏิบัติการประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ได้แก่ สรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ป้องกันจังหวัด ด่านกักกันสัตว์ ส่วนงานประมง ด่านตรวจพืช ตำรวจภูธรเมือง ประจวบคีรีขันธ์ และสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง เป็นต้น โดยมุ่งสกัดกั้นทั้งที่สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ จุดตรวจสกัดบนถนนเพชรเกษม และบริษัทขนส่งภายในจังหวัด
ผลการตรวจยึดรอบต้นเดือนกันยายน
จากการตั้งจุดตรวจและการตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสาร เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสินค้าที่นำเข้ามาโดยไม่มีหลักฐานผ่านพิธีการศุลกากรและยังมิได้ชำระภาษี ประกอบด้วยบุหรี่ต่างประเทศ บุหรี่ไฟฟ้า และยาสมุนไพรนำเข้าไม่มีใบอนุญาต
| รายการ | จำนวน | มูลค่าและภาษี (บาท) |
|---|---|---|
| บุหรี่ต่างประเทศ | 3,869 แท่ง (773,800 มวน) | 8,767,154 |
| บุหรี่ไฟฟ้า | 186 ชิ้น | 103,490 |
| ยาสมุนไพรนำเข้า | 135 ขวด | 26,325 |
| รวมรอบตรวจจับนี้ | 8,896,969 |
เจ้าหน้าที่ชี้ว่า ผลการตรวจยึดสะสมจากปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1–10 กันยายน พ.ศ. 2569 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยตัวเลขรวมที่ตรวจยึดได้ในช่วงเวลาดังกล่าวสำหรับบุหรี่ต่างประเทศอยู่ที่ 11,011 แท่ง (กว่า 2.2 ล้านมวน) มูลค่ารวมภาษี 25,286,535 บาท ขณะที่บุหรี่ไฟฟ้าและหัวน้ำยารวมเป็นจำนวน 439 ชิ้น มูลค่ารวมภาษี 235,157 บาท
"ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์"
วัตถุประสงค์และผลกระทบต่อพื้นที่
เป้าหมายหลักของปฏิบัติการคือการปิดช่องทางการลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ชั้นใน โดยการตั้งจุดตรวจตามเส้นทางยุทธศาสตร์และการตรวจค้นขนส่งสาธารณะ เช่น ขบวนรถไฟ ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่มักถูกใช้สำหรับลำเลียงสินค้าโดยไม่ผ่านพิธีการ
การยึดสินค้าในครั้งนี้มีความสำคัญทั้งด้านการคลังของรัฐ และด้านสาธารณสุข เนื่องจากการนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่ไฟฟ้าลักลอบเข้าสู่ตลาดอาจหลีกเลี่ยงการกำกับดูแลคุณภาพและมาตรฐาน รวมทั้งการเรียกเก็บภาษี ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของรัฐและการแข่งขันทางการค้าของผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมาย
วิธีปฏิบัติและแนวทางการตรวจสกัด
- ตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนเพชรเกษมและเส้นทางยุทธศาสตร์
- ตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารที่สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์
- ตรวจสอบบริษัทขนส่งและยานพาหนะขนส่งเป้าหมาย
- บูรณาการข้อมูลเชิงลึกเพื่อสืบสวนเส้นทางลำเลียง
ทิ้งท้ายและการติดตามผล
เจ้าหน้าที่ระบุว่าการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษียังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อปิดกั้นเส้นทางการลำเลียงที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสาธารณสุขของประเทศ พลังกำลังหลายหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการประสานงานเชิงข้อมูลและการตั้งจุดตรวจเชิงรุกเป็นมาตรการที่ได้ผล
ในระยะถัดไป เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อสินค้าที่ตรวจยึดได้ และขยายผลสืบสวนเพื่อหาต้นทางและผู้เกี่ยวข้องต่อไป