เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหัวหินร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 7 (ปปส.ภาค 7) และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าตรวจค้นรถยนต์คันกลางที่ถูกยึดไว้บริเวณ สภ.หัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดประเภทยาเม็ด (ยาบ้า) จำนวนมากซุกซ่อนในช่องลับของตัวรถ
กรอบการจับกุมและการสืบสวน
ก่อนการตรวจค้นโดยละเอียด ผู้ต้องหาขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน ญภ 6058 กรุงเทพมหานคร ผ่านถนนหลวงหมายเลข 37 บริเวณกิโลเมตรที่ 27+200 ขาล่องใต้ ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จากการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทางหลวงตรวจพบความผิดเกี่ยวกับเอกสารทะเบียนและได้จับกุมผู้ต้องหาในข้อหาปลอมแปลงและใช้เอกสารราชการปลอม
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดรถไว้และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวน กระหว่างการดำเนินการ ปปส.ภาค 7 แจ้งข้อมูลสืบสวนเพิ่มเติมมายัง สภ.หัวหิน ว่ารถและผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ส่งลงภาคใต้
ผลการตรวจค้นเชิงลึก
หลังจากประสานกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและชุดสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดประจวบฯ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียดบริเวณตัวรถ พบยาบ้าจำนวนรวม 185,800 เม็ด ถูกซ่อนอยู่ในช่องที่ดัดแปลงภายใต้เบาะผู้โดยสารด้านหลังของรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดยาและของกลางทั้งหมดเพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี
สถานะคดีและแนวทางดำเนินการ
ปปส.ภาค 7 เป็นผู้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้แล้ว เบื้องต้นจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาเพิ่มเติมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รายละเอียดของของกลาง
| ประเภทของกลาง | จำนวน/รายละเอียด |
|---|---|
| ยาบ้า | 185,800 เม็ด |
| รถยนต์ | โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน ญภ 6058 กรุงเทพมหานคร |
ผลกระทบและความสำคัญต่อท้องถิ่น
การยึดยาเสพติดในปริมาณมากครั้งนี้มีความหมายเชิงสาธารณะ เพราะชี้ให้เห็นถึงการพยายามใช้เส้นทางหลวงผ่านพื้นที่อำเภอหัวหินเป็นช่องทางขนยาไปยังพื้นที่ภาคใต้ การจับกุมครั้งนี้จึงเป็นการตัดวงจรการลำเลียงของเครือข่าย และเป็นสัญญาณเตือนว่าจำเป็นต้องมีการเพิ่มมาตรการตรวจสอบยานพาหนะและเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวดมากขึ้น
ข้อสังเกตและมาตรการที่ควรคงไว้
- การตรวจยึดรถและตรวจค้นเชิงลึกโดยใช้เทคนิคพิสูจน์หลักฐานมีบทบาทสำคัญต่อการค้นพบช่องซุกซ่อนภายในตัวถัง
- การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วยงาน เช่น ปปส. ตำรวจจราจร ตำรวจภูธร และพิสูจน์หลักฐาน ช่วยให้การสืบสวนต่อเนื่องและขยายผลได้รวดเร็วขึ้น
- การตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารประจำรถอย่างเข้มงวดสามารถเป็นด่านแรกในการสกัดกั้นการลักลอบขนยา
พนักงานสอบสวนยังคงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป กรณีนี้จะเป็นคดีที่ต้องติดตามความคืบหน้าในชั้นสอบสวนและการดำเนินคดีศาลต่อไป
หมายเหตุ: ข้อมูลในข่าวนี้ถูกสรุปจากการรายงานของหน่วยงานราชการและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์