ช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อตรวจสอบเครือข่ายการถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยใช้ นอมินีต่างด้าว ในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งสิ้นกว่า 200 นาย ในการตรวจค้นและออกหมายจับ
กำลังร่วมจากหลายหน่วย เปิดปฏิบัติการเชิงรุก
การปฏิบัติการครั้งนี้ นำโดยผู้บังคับการตำรวจระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เป้าหมายหลักคือโครงการที่อยู่อาศัยสไตล์พูลวิลล่า ภายใต้ชื่อโครงการในพื้นที่ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวและพูลวิลล่าสไตล์โมเดิร์น ราคาต่อหลังอยู่ในช่วงประมาณ 10–20 ล้านบาท ต่อหลัง
เจ้าหน้าที่ออกหมายจับบุคคลต่างชาติรวมทั้งสิ้น 45 ราย และออกหมายเรียกบุคคลชาวไทย 39 ราย เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ขณะเดียวกันได้ทำการตรวจค้นทั้งสิ้น 15 จุด ในพื้นที่เป้าหมายและพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
ผลการจับกุมและภาพรวมการตรวจสอบ
จากการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 13 ราย ซึ่งเป็นชาวต่างชาติหลายสัญชาติ ได้แก่ ชาวอังกฤษ 3 ราย, อิตาลี 1 ราย, จีน 4 ราย, ฝรั่งเศส 1 ราย, เนเธอร์แลนด์ 1 ราย, ออสเตรีย 1 ราย, ฟิลิปปินส์ 1 ราย และสหรัฐอเมริกา 1 ราย เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งติดตามผู้ต้องหาที่เหลือและขยายผลเครือข่าย
การสอบสวนเบื้องต้นพบลักษณะรูปแบบการทำงานที่สอดคล้องกับการใช้บุคคลไทยเป็นผู้ถือหุ้นในนิติบุคคล เพื่ออำพรางการครอบครองอสังหาริมทรัพย์แทนบุคคลต่างด้าว โดยบริษัทเหล่านี้มักไม่ดำเนินกิจการจริง ไม่มีการบริหารจัดการ และผู้ถือหุ้นตามเอกสารให้การว่าไม่เคยชำระค่าหุ้นหรือไม่เคยเห็นเอกสารทางการเงินของบริษัทมาก่อน
- เป้าหมายการตรวจค้นหลัก: โครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน
- จำนวนหมายจับบุคคลต่างชาติ: 45 ราย
- จำนวนการจับกุมตามหมายจับแล้ว: 13 ราย
- จำนวนจุดตรวจค้น: 15 จุด
หลักฐานที่ตรวจยึดและแนวทางการขยายผล
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเอกสารการจดทะเบียนบริษัท เอกสารบัญชี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เพื่อนำไปวิเคราะห์เส้นทางการเงินและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายทั้งภายในและต่างประเทศ การดำเนินการเช่นนี้เป็นไปเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นการครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายหรือเป็นการอำพรางกรรมสิทธิ์ของบุคคลต่างด้าว
แหล่งข่าวจากการสอบสวนระบุว่าบุคคลต่างด้าวมักได้รับคำแนะนำจากบริษัททนายความหรือบริษัทบัญชีให้จัดตั้งนิติบุคคลขึ้นมาเพื่อถือครองทรัพย์สินในประเทศไทย ซึ่งทำให้การพิสูจน์เจตนาหรือเส้นทางการเงินเป็นหัวใจสำคัญของคดีนี้
บริบทการกวาดล้างนอมินีในพื้นที่ท่องเที่ยว
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการเชิงสืบสวนเกี่ยวกับเครือข่ายนอมินีที่มีการปฏิบัติมาแล้วหลายเฟส โดยก่อนหน้านี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญทั้งในภาคใต้และภาคตะวันออก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปัญหาการนำบุคคลกลางมาครอบครองอสังหาริมทรัพย์ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องท้องถิ่น แต่เป็นรูปแบบการกระทำที่แพร่หลายและต้องการการประสานงานข้ามหน่วยงาน
| หัวข้อ | จำนวน/รายละเอียด |
|---|---|
| หมายจับบุคคลต่างชาติ | 45 ราย |
| ผู้ถูกจับกุมตามหมาย | 13 ราย |
| จุดตรวจค้น | 15 จุด |
| กำลังเจ้าหน้าที่ | กว่า 200 นาย |
ขณะที่การสอบสวนยังคงเดินหน้า เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะนำหลักฐานที่ตรวจยึดได้เข้าสู่การตรวจสอบทางการเงินเพื่อขยายผลไปยังบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงประเมินผลกระทบด้านการลงทุนและการใช้ที่ดินในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ
การสืบสวนครั้งนี้มีความสำคัญต่อการรักษากฏหมายและความชอบด้วยกฎหมายของการครอบครองที่ดิน รวมถึงการป้องกันการอำพรางกรรมสิทธิ์ที่อาจทำลายความเชื่อมั่นของการลงทุนและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัด หากมีความคืบหน้าทางคดีหรือการจับกุมเพิ่มเติม WE NEWS จะรายงานให้ทราบต่อไป