วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569 ที่ห้องประชุมเกาะหลัก ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา เพื่อสรุปผลการเดินทางไปพบปะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ สำหรับการฟื้นฟูการค้าชายแดนผ่านด่านสิงขร
เป้าหมายการเยือนเมียนมาและผลการหารือ
ผู้ว่าราชการจังหวัดเปิดเผยว่า คณะได้เดินทางไปพบกับผู้แทนภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดมะริดและเขตตะนาวศรี ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร จุดมุ่งหมายหลักคือตกลงแนวทางการกลับมาเปิดกิจกรรมค้าขายระหว่างชุมชนชายแดน ทั้งในมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนทั้งสองฝั่งมีช่องทางหารายได้ร่วมกัน
การเตรียมความพร้อมของจังหวัด
ที่ประชุมรับทราบรายงานสภาพแวดล้อมการปฏิบัติงานที่ด่านสิงขร ซึ่งมีอาคารพรมแดนที่ใช้เป็นสถานที่ตรวจบุคคล ยานพาหนะ และสินค้านำเข้า–ส่งออก รวมถึงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของพื้นที่จังหวัดได้เร่งปรับปรุงเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการกลับมาของการค้าชายแดน
ในที่ประชุมยังมีการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรการควบคุมการนำสินค้าพื้นถิ่นของประชาชนเมียนมาข้ามมาจำหน่ายบนฝั่งไทยภายใต้กรอบกฎหมายและกติกาที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านภาษี ศุลกากร หรือผลกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศ
ความมั่นคงและข้อจำกัดที่ต้องติดตาม
เจ้าหน้าที่จากหน่วยเฉพาะกิจที่ดูแลพื้นที่ชายแดนรายงานสถานการณ์บริเวณบ้านมูด่องฝั่งเมียนมาให้ที่ประชุมทราบ ขณะที่ฝ่ายป้องกันจังหวัดแสดงความพร้อมในการพิจารณายกระดับสถานะจุดผ่านแดนเป็นถาวร ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวต้องคำนึงถึงทั้งความปลอดภัยของพื้นที่ การจัดระบบตรวจสอบผู้ผ่านเข้าออก และการจัดสรรบุคลากรหน่วยงานเกี่ยวข้อง
ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ย้ำว่าจังหวัดไม่ได้ประกาศปิดช่องทางการค้านั้น แต่การค้าชายแดนชะงักลงจากสถานการณ์ภายในฝั่งเมียนมา เมื่อสถานการณ์ความมั่นคงเริ่มมีความนิ่งขึ้น จึงเป็นโอกาสที่จังหวัดจะผลักดันการพัฒนาความร่วมมือระดับพื้นที่ต่อไป
- ด้านความมั่นคง: ติดตามสถานการณ์ฝั่งเมียนมาและเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัย
- ด้านเศรษฐกิจ: ปรับระบบการตรวจอนุญาตสินค้านำเข้า–ส่งออก เตรียมลานขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำ
- ด้านชุมชน: ส่งเสริมการฟื้นฟูวิถีชีวิตชายแดนและสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน
ผลกระทบต่อชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น
การกลับมาของกิจกรรมค้าชายแดนที่ด่านสิงขรจะส่งผลโดยตรงต่อแรงงานนอกระบบ พ่อค้าแม่ขาย และกลุ่มประมงที่เคยพึ่งพากิจกรรมข้ามพรมแดนเป็นแหล่งรายได้สำคัญ ทั้งนี้ จังหวัดกำชับให้การจำหน่ายสินค้าจากฝั่งเมียนมาดำเนินการภายใต้กฎระเบียบที่ชัดเจนเพื่อคุ้มครองทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการไทย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องเตรียมระบบหนังสือผ่านแดน การออกใบอนุญาตการนำเข้า–ส่งออก และการบริหารจัดการลานขนถ่ายสินค้าที่จะรองรับสินค้าโดยเฉพาะสัตว์น้ำ ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของจังหวัด
แผนการดำเนินงานต่อไป
ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานท้องถิ่นและภาคเอกชนร่วมจัดทำข้อตกลงร่วมและมาตรการที่ชัดเจน เพื่อให้การค้าชายแดนกลับมาอย่างเป็นระบบ พร้อมกับติดตามสถานการณ์ความมั่นคงอย่างใกล้ชิด หากปัจจัยด้านความปลอดภัยเอื้อต่อการยกระดับสถานะจุดผ่านแดนเป็นแบบถาวร จังหวัดจะสรุปแผนการยกระดับร่วมกับหน่วยงานระดับชาติและหน่วยงานของเมียนมา
| ประเด็น | การจัดเตรียม |
|---|---|
| อาคารพรมแดน | พร้อมใช้เป็นจุดตรวจและปฏิบัติการ |
| ระบบอนุญาตสินค้า | กำลังปรับปรุงให้สอดคล้องกฎหมาย |
| ลานขนถ่ายสัตว์น้ำ | ติดตามความพร้อมขององค์การสะพานปลา |
การเดินหน้าพื้นที่ชายแดนในครั้งนี้สะท้อนความพยายามของหน่วยงานท้องถิ่นในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับพื้นที่กับชุมชนที่พึ่งพาการค้าชายแดน หากการประสานงานระหว่างหน่วยงานไทยและเมียนมาสำเร็จ จะช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชนริมชายแดนทั้งสองประเทศมีช่องทางสร้างรายได้ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าในขั้นต่อไปยังขึ้นกับปัจจัยด้านความมั่นคงในพื้นที่และการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบของทุกฝ่าย