สิ่งแวดล้อม ประจวบคีรีขันธ์ ประจวบคีรีขันธ์ (61)

ชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำ 9 อ่างในประจวบคีรีขันธ์ วางแผนสำรองน้ำรองรับการอุปโภคบริโภค-การเกษตร

สำนักงานชลประทานที่ 14 ร่วมกับโครงการชลประทานประจวบคีรีขันธ์ ตรวจสอบปริมาณน้ำ 9 อ่าง ณ วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 พบปริมาณรวมอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย จึงเร่งจัดทำสมดุลน้ำและกำหนดเกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและพืชผลการเกษตร

ชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำ 9 อ่างในประจวบคีรีขันธ์ วางแผนสำรองน้ำรองรับการอุปโภคบริโภค-การเกษตร
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

โครงการชลประทานประจวบคีรีขันธ์ร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ 14 ประชุมติดตามสถานการณ์และวางแผนบริหารจัดการน้ำของ อ่างเก็บน้ำทั้ง 9 แห่ง ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีเป้าหมายหลักคือการรักษาความมั่นคงของน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคควบคู่กับการจัดสรรน้ำให้พืชผลทางการเกษตรที่กำลังอยู่ระหว่างการเพาะปลูกไม่ให้เสียหาย

ภาพรวมปริมาณน้ำและความเสี่ยง

ข้อมูล ณ วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ระบุว่าปริมาณน้ำรวมของอ่างเก็บน้ำทั้ง 9 แห่งอยู่ที่ 102.923 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 20.58 ของความจุรวม ขณะที่น้ำที่ใช้การได้อยู่ที่ 77.593 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 16.35 ดังนั้นภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างรอบคอบและต่อเนื่อง

อ่างเก็บน้ำสำคัญและสถานการณ์ปริมาณน้ำ

ที่ประชุมเน้นติดตามอ่างทั้งหลายที่มีบทบาทต่อการสนับสนุนน้ำในพื้นที่อำเภอหลักของจังหวัด ตัวเลขปริมาณน้ำของบางอ่างที่ถูกหยิบยกมาพิจารณา ได้แก่:

อ่างเก็บน้ำ ปริมาณน้ำ (ล้านลูกบาศก์เมตร) ร้อยละความจุ
อ่างเก็บน้ำยางชุม 10.265 24.98%
อ่างเก็บน้ำห้วยวังเต็น 2.486 21.81%
อ่างเก็บน้ำคลองช่องลม 0.552 10.04%
อ่างเก็บน้ำคลองบึง 0.994 4.48%

มาตรการที่วางไว้และการเตรียมการ

การประชุมซึ่งมีผู้แทนจากสำนักงานชลประทานที่ 14 ได้แก่ นายนรเศรษฐ สองทอง มอบหมายให้นายอุดร พรมปา เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายด้านก่อนกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ดังนี้

  • การสำรวจและยืนยันปริมาณน้ำต้นทุนและน้ำไหลเข้าอ่าง
  • การประเมินความต้องการใช้น้ำจริงในพื้นที่อุปโภคบริโภคและการเกษตร
  • การวางแผนการระบายและการสูบน้ำเพื่อรักษาสมดุลของแต่ละอ่าง
  • การกำหนดเกณฑ์เฝ้าระวังและจุดปรับแผน หากปริมาณฝนและการไหลเข้าอ่างต่ำกว่าที่คาด

นอกจากนี้ได้มอบหมายให้โครงการชลประทานประจวบคีรีขันธ์รับผิดชอบตรวจสอบข้อมูลจากสถานีวัดน้ำ KY.3 ทั้งระดับน้ำและปริมาณน้ำไหล รวมถึงสำรวจน้ำซึม น้ำซับ และน้ำไหลสมทบตามธรรมชาติ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงบริหารจัดการ

ผลกระทบต่อประชาชนและเกษตรกร

เมื่อปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลดต่ำกว่าระดับที่เหมาะสม การจัดสรรน้ำต้องให้ความสำคัญกับการอุปโภคบริโภคของประชาชนเป็นลำดับแรก ก่อนการจัดสรรเพื่อการเกษตร ซึ่งหมายความว่าเกษตรกรอาจต้องเผชิญข้อจำกัดในการใช้น้ำเพื่อการเพาะปลูกหรือการให้น้ำในช่วงวิกฤต

การกำหนดสมดุลน้ำและเกณฑ์การระบายจึงเป็นมาตรการหลักที่ช่วยลดผลกระทบ แต่ผู้เกี่ยวข้องยังต้องเฝ้าติดตามสภาพอากาศและการไหลของแหล่งน้ำตามธรณีและสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด

คำแนะนำและความต่อเนื่องในการติดตาม

ด้วยสถานการณ์ปริมาณน้ำที่อยู่ในระดับต่ำ หน่วยงานชลประทานแนะนำให้มีการตรวจสอบข้อมูลน้ำอย่างสม่ำเสมอและจัดทำแผนสำรองน้ำในระดับท้องถิ่น ขณะเดียวกันชุมชนและเกษตรกรควรเตรียมมาตรการลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็นและร่วมมือกับหน่วยงานในการแจ้งเหตุการรั่วซึมหรือปัญหาแหล่งน้ำท้องถิ่นเพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ

การประชุมครั้งนี้สะท้อนความพยายามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรักษาความมั่นคงด้านน้ำของจังหวัด แต่ความสำเร็จขึ้นกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างและการประสานงานร่วมกันของทุกภาคส่วนต่อไป

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

61ประจวบคีรีขันธ์

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ประจวบคีรีขันธ์ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว