งานท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ปิดฉากที่สถานีรถไฟหัวหิน
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่เวทีกลางบริเวณ สถานีรถไฟหัวหิน (หลังเก่า) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ งานส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้ชื่อ “ใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์” ได้ปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นประธานปิดงาน ร่วมด้วยหัวหน้าหน่วยงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด นายอำเภอ และแขกผู้มีเกียรติ รวมทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
“ใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์”
เป้าหมายและการตอบรับจากชุมชน
การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมของทั้ง 8 อำเภอในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตลอดจนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ใช้พื้นที่สถานีรถไฟหัวหินซึ่งมีอายุยาวนานกว่า 100 ปี เป็นฉากหลังของการนำเสนอวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้เข้าชมเป็นอย่างดี
กิจกรรมเด่นและความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ภายในงานมีการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนบางสะพานน้อยวิทยาคม และกิจกรรมย้อนยุคที่ได้รับความนิยม เช่น การเปิดฟลอร์ลีลาศย้อนยุค ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน บรรยากาศภายในสถานีรถไฟหัวหินถูกตกแต่งให้สอดคล้องกับธีมประวัติศาสตร์ ทำให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสภาพประวัติศาสตร์ของเมืองหัวหินควบคู่ไปกับการชมการแสดงและสินค้าท้องถิ่น
- ระยะเวลาจัดงาน: 10–18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 (รวม 9 วัน 9 คืน)
- ผู้เข้าร่วม: ระบุเป็น นับหมื่นคน ตลอดงาน
- ผลทางเศรษฐกิจ: เกิดการหมุนเวียนเงินจากการจับจ่ายใช้สอยเป็น นับสิบล้านบาท
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและแนวทางต่อไป
จากการรายงานการจัดงานครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการใช้มรดกประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นเครื่องมือในการดึงนักท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น เช่น ร้านอาหาร ตลาดนัด และผู้ให้บริการนำเที่ยวได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วม เช่น การแสดงของนักเรียน ยังช่วยส่งเสริมความภูมิใจในท้องถิ่นและรักษาสืบสานภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| ระยะเวลาจัดงาน | 10–18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 (9 วัน 9 คืน) |
| จำนวนผู้เข้าร่วม | นับหมื่นคน |
| มูลค่าการจับจ่าย | นับสิบล้านบาท |
มุมมองชุมชนและความต่อเนื่อง
ตัวแทนหน่วยงานท่องเที่ยวของจังหวัดและผู้จัดงานมองว่าการจัดงานที่สถานีรถไฟหัวหินในปีนี้เป็นแบบอย่างของการนำผลงานด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีความเป็นไปได้ที่จะจัดกิจกรรมในรูปแบบใกล้เคียงกันในปีถัดไป เพื่อต่อยอดผลตอบรับจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ การวางแผนในอนาคตควรคำนึงถึงการบริหารจัดการจำนวนผู้เข้าชม การอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและความปลอดภัย ตลอดจนการสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นให้สามารถรับประโยชน์จากนักท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน
แม้ในช่วงท้ายของงานจะมีบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองและความสำเร็จ แต่ผู้จัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องติดตามผลกระทบทางเศรษฐกิจจริงของพื้นที่ในระยะยาว เพื่อประเมินว่าการจัดกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมเช่นนี้จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่