ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เปิดปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้ชื่อ "พิทักษ์คีรีขันธ์" เพื่อสกัดและรื้อเครือข่ายการลักลอบนำเข้าสินค้าที่หลบเลี่ยงภาษีและไม่ผ่านพิธีการศุลกากร โดยการปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินมาตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนจนถึงกลางเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569
การรวมกำลังและเป้าหมายของปฏิบัติการ
การปฏิบัติการครั้งนี้มีการประสานงานในลักษณะบูรณาการ ระหว่างสำนักงานศุลกากรประจวบคีรีขันธ์และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปราม (DSI) ประจำเขตพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง สรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 หน่วยเฉพาะกิจทหาร ตลอดจนด่านตรวจของกรมประมง ด่านกักกันสัตว์ ด่านตรวจพืช และสถานีตำรวจท้องที่ เพื่อปิดเส้นทางการลำเลียงสินค้าที่มาจากภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง
ผลการปฏิบัติการเชิงสถิติและของกลางที่ตรวจยึด
จากการตรวจค้นและตั้งจุดสกัดบนเส้นทางยุทธศาสตร์หลายจุด รวมถึงการเข้าตรวจค้นบริษัทขนส่งเอกชน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมดำเนินคดีรวมทั้งสิ้น 19 คดี และตรวจยึดของกลางสำคัญที่มีมูลค่าและค่าภาษีอากรสะสมรวมถึง 39,937,507.60 บาท
| รายการของกลาง | จำนวน | มูลค่ารวมค่าภาษี (บาท) |
|---|---|---|
| บุหรี่ต่างประเทศ | 17,259 แท่ง (3,451,800 มวน) | 39,438,713 |
| บุหรี่ไฟฟ้าและหัวน้ำยา | 502 ชิ้น | 260,357.40 |
| กระเป๋าแบรนด์เนมปลอม | 23 ใบ | 132,894 |
| สุราต่างประเทศ | 12 ขวด | 9,400 |
เหตุการณ์ล่าสุดที่ด่านตรวจห้วยยาง
สำหรับการจับกุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2569 บริเวณจุดตรวจห้วยยาง อำเภอทับสะแก เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นรถพ่วงขนส่งสินค้าและพบสินค้าหลายรายการที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร ได้แก่ บุหรี่ต่างประเทศ 9,650 ซอง (193,000 มวน) บุหรี่ไฟฟ้า 63 ชิ้น และสินค้านำเข้าจำพวกอาหารพร้อมบริโภค เช่น อินทผลัม แครกเกอร์ ซีเรียล รวมทั้งสุราต่างประเทศ 2 ขวด โดยมูลค่าของกลางและค่าภาษีอากรร่วมราว 2,221,896 บาท
ยุทธวิธีของขบวนการและความท้าทาย
นายฐิติพงศ์ คำผุย ซึ่งเป็นนายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ระบุว่าขบวนการลักลอบมีการปรับวิธีการลำเลียงจากเดิมที่ใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ เปลี่ยนมาใช้วิธีการกระจายสินค้าผ่านบริการส่งด่วนและบริษัทขนส่งเอกชนเพื่อหลีกเลี่ยงการสกัดจับของเจ้าหน้าที่
"ได้เปลี่ยนรูปแบบจากการใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ หันมาใช้ยุทธวิธี ‘สงครามส่งด่วน’ กระจายสินค้า" — นายฐิติพงศ์ คำผุย
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้การสืบสวนและการสกัดกั้นต้องขยายขอบเขตสอดส่องไปยังเครือข่ายการให้บริการพัสดุและคลังสินค้าเอกชน ซึ่งจำเป็นต้องมีทั้งการตรวจตราเชิงรุกและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
ผลกระทบต่อผู้บริโภคและการบังคับใช้กฎหมาย
การลักลอบนำเข้าสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากรทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีและอาจส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงด้านสุขอนามัยของผู้บริโภค ในหลายกรณี สินค้าจำพวกบุหรี่ไฟฟ้าและหัวน้ำยาอาจไม่มีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ขณะที่สินค้าปลอมแปลงแบรนด์อาจหลอกลวงผู้ซื้อและทำลายความเชื่อมั่นในตลาด
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าการดำเนินคดีจะเน้นการใช้กฎหมายศุลกากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเป็นธรรมและยับยั้งการลักลอบนำเข้า โดยการสืบสวนจะมุ่งตรวจสอบเครือข่ายทั้งต้นทางและปลายทางของเส้นทางลำเลียง
มาตรการเชิงป้องกันที่เสนอ
- เพิ่มการตั้งจุดสกัดและตรวจค้นเชิงรุกบนเส้นทางยุทธศาสตร์
- ขยายความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับบริษัทขนส่งเอกชน
- ตั้งคณะทำงานด้านการตรวจสอบพัสดุเพื่อลดช่องว่างของการหลบเลี่ยง
การปฏิบัติการ "พิทักษ์คีรีขันธ์" แสดงให้เห็นถึงความพยายามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายศุลกากรในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยยังคงต้องติดตามต่อเนื่องว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถสกัดกั้นและยึดเส้นทางของกลุ่มผู้ลักลอบได้มากน้อยเพียงใดในระยะยาว