เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีร่วมกับกำลังฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่จับกุมกลุ่มแรงงานชาวกัมพูชาจำนวน 14 ราย พร้อมผู้นำพาชาวไทยอีก 1 ราย ขณะเตรียมลักลอบเดินทางข้ามพรมแดนกลับประเทศ บริเวณฐานปฏิบัติการที่ 3 (ป่าไผ่) หมู่ 8 ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
การประสานกำลังจับกุม
การปฏิบัติการครั้งนี้มีการบูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงาน นำโดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 ภายใต้การสั่งการของ น.อ.วีระเชษฐ์ ขยันทำ และชุดปฏิบัติการข่าวนำโดย ร.ท.วัชรพล อินใจ ประสานกับ ตม.จังหวัดจันทบุรี, หน่วย ตชด.115 กก.ตชด.11, ตำรวจทางหลวงจันทบุรี และงานสืบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบใช้ช่องทางธรรมชาติเข้าหยั่งพื้นที่ชายแดน
สถานการณ์ขณะจับกุม
เจ้าหน้าที่กล่าวว่าพบรถยนต์จอดรวมกันภายในบริเวณจุดเกิดเหตุจำนวน 12 คัน ทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถอเนกประสงค์ และรถกระบะ มีทั้งยี่ห้อ Toyota, Chevrolet และ Isuzu โดยมีรถ 1 คันไม่ติดป้ายทะเบียน ขณะที่บางคนพยายามหลบหนีเข้าไปในป่าตามลักษณะภูมิประเทศ แต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและควบคุมตัวไว้ได้ครบตามจำนวนที่ตรวจพบ
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| แรงงานชาวกัมพูชา | 14 คน |
| ผู้นำพาชาวไทย | 1 คน |
| รถยนต์ที่พบ | 12 คัน |
ผลการตรวจสอบเอกสารและการดำเนินคดี
จากการตรวจสอบเอกสารการเดินทางเบื้องต้น พบว่าในกลุ่มแรงงานชาวกัมพูชามีผู้ที่พำนักในราชอาณาจักรอย่างถูกต้องจำนวน 3 ราย ขณะที่อีก 12 ราย ถูกระบุว่ามีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอน ส่วนผู้นำพาชาวไทยถูกควบคุมตัวเพื่อสืบสวนสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน
- พื้นที่จับกุม: ฐานปฏิบัติการที่ 3 (ป่าไผ่) ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน
- หน่วยนำปฏิบัติ: นาวิกโยธินจันทบุรีและชุดปฏิบัติการข่าว กปช.จต.
- หน่วยร่วม: ตม.จันทบุรี, ตชด., ตำรวจทางหลวง และสภ.บ้านแปลง
ข้อเท็จจริงจากการสอบสวนเบื้องต้น
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่ามีการรวมกลุ่มเดินทางมาจากหลายจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออก ได้แก่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ชลบุรี และระยอง เนื่องจากต้องการกลับภูมิลำเนา ประกอบกับบางคนไม่ได้รับการต่อสัญญาจ้างจึงไม่สามารถต่ออายุเอกสารการเดินทางได้ ทำให้มีนายหน้าบางกลุ่มเสนอพาเดินทางข้ามพรมแดนผ่านช่องทางธรรมชาติโดยผิดกฎหมาย โดยเรียกเก็บค่าบริการเป็นจำนวนหนึ่งต่อคน
ความเห็นเชิงกฎหมายและผลกระทบท้องถิ่น
การจับกุมครั้งนี้สะท้อนปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามพรมแดนอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายและการลักลอบใช้ช่องทางธรรมชาติ ซึ่งมีผลต่อความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนและการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานรัฐ นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับประเด็นการค้ามนุษย์และการจัดหางานที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งต้องอาศัยการสืบสวนอย่างต่อเนื่องเพื่อพิสูจน์เจตนาและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดทำบันทึกการจับกุมและบันทึกการควบคุมตัวตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำตัวผู้ถูกจับกุมเข้าสู่กระบวนการสอบสวน กำหนดมาตรการตรวจสอบเพิ่มเติม และดำเนินการตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องต่อไป
เหตุการณ์ในลักษณะนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามผลการดำเนินคดีและมาตรการป้องกันของหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดจันทบุรี เพื่อควบคุมการลักลอบและรักษาความมั่นคงของชาติอย่างเข้มแข็ง