สนามเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) จังหวัดกาฬสินธุ์ กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันลงคะแนนในวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2569 โดยสนามนี้ถูกมองว่าเป็นการชิงบทบาทระหว่างกระแสพรรคการเมืองระดับชาติและบารมีของเครือข่ายท้องถิ่น
ตัวผู้สมัครและภูมิทัศน์การแข่งขัน
จากการวิเคราะห์ของรายการ Deep SPACE ลึกกว่าที่รู้ สนามกาฬสินธุ์มีผู้สมัครหลักสองคนที่เป็นตัวชี้วัด ได้แก่
| หมายเลข | ชื่อผู้สมัคร | สถานะ/สังกัด |
|---|---|---|
| 1 | ไข่มุก เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล | แชมป์เก่า ลงสมัครในสังกัดพรรคเพื่อไทย |
| 2 | ประเสริฐ (กำนันหิต) บุญเรือง | อดีต ส.ส. เพื่อไทยที่ย้ายไปสีน้ำเงิน (ภูมิใจไทย) แต่ลงสมัครรอบนี้ในนามอิสระ กลุ่มฮักแพงเบิ่งแยงกาฬสินธุ์ |
การชิงชัยครั้งนี้จึงถูกตีความว่าเป็นการประลองระหว่าง เครือข่ายพรรคเพื่อไทย ซึ่งพยายามรักษาพื้นที่ฐานภาคอีสาน และกลุ่มผู้เล่นท้องถิ่นที่มีบารมีเด่นในพื้นที่หรือที่เรียกกันว่า “บ้านใหญ่”
ยุทธศาสตร์หาเสียงและจุดขายนโยบาย
- พรรคเพื่อไทย นำโดยแกนนำระดับภูมิภาคและแกนนำคนสำคัญของพรรค ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงพร้อมชูนโยบาย “ทำต่อ ทำจริง” เน้นการเชื่อมต่อกับนโยบายรัฐบาลส่วนกลางและการสร้างความต่อเนื่องของโครงการที่มีอยู่
- ผู้สมัครอิสระกลุ่มบ้านใหญ่ เน้นกลยุทธ์เข้าถึงรากหญ้า เดินสายจังหวัด เจาะพื้นที่ไข่แดง และชูนโยบายที่ตอบโจทย์ปากท้อง เช่น ปัญหาแหล่งน้ำและการพัฒนาการเกษตรในระดับพื้นที่
ทั้งสองฝ่ายต่างอาศัยความแข็งแรงของเครือข่าย แต่ช่องทางที่ใช้แตกต่างกัน โดยพรรคเพื่อไทยอาศัยโครงสร้างพรรคและการสนับสนุนจาก ส.อบจ.และ ส.ส.บางส่วน ขณะที่ผู้สมัครอิสระอาศัยความสัมพันธ์เชิงบรรทัดฐานในชุมชนและฐานเสียงระดับหมู่บ้าน
“ศึกชิงบัลลังก์ท้องถิ่น กาฬสินธุ์-นนท์-ขอนแก่น”
ปัจจัยชี้เป็นชี้ตายที่อาจกำหนดผลการเลือกตั้ง
ปัจจัยสำคัญที่ผู้สังเกตการณ์ชี้ว่าอาจเป็นตัวตัดสินการแข่งขัน ได้แก่:
- ความสามารถในการระดมและรักษาฐานเสียงของพรรคบนสภา อบจ. เช่น จำนวน ส.อบจ. ที่สนับสนุน
- การเข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ชนบท โดยเฉพาะการจัดการเรื่องน้ำเพื่อการเกษตรและปัญหาความเป็นอยู่
- การสื่อสารเชื่อมโยงนโยบายระดับจังหวัดกับนโยบายของรัฐบาลกลาง เพื่อชักจูงผู้เลือกที่ต้องการโครงการหรือเงินอุดหนุนจากส่วนกลาง
ความสำคัญต่อการเมืองระดับภูมิภาคและประเทศ
แม้จะเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ผลลัพธ์ที่กาฬสินธุ์มีนัยสำคัญต่อสมดุลการเมืองระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในภาคอีสานซึ่งเป็นฐานคะแนนสำคัญของพรรคการเมืองหลายพรรค หากพรรคเพื่อไทยสามารถรักษาตำแหน่งไว้ จะสะท้อนความต่อเนื่องของอำนาจและการยึดโยงกับฐานราก ในขณะที่การชนะของกลุ่มบ้านใหญ่อิสระจะสะท้อนถึงการขยายอิทธิพลของเครือข่ายท้องถิ่นที่อาจไม่พึ่งพาพรรคการเมืองระดับชาติอย่างตรงไปตรงมา
สิ่งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรทราบ
สำหรับชาวกาฬสินธุ์ที่เตรียมไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2569 ควรตรวจสอบข้อมูลดังนี้:
- วันและสถานที่ออกเสียงของหน่วยเลือกตั้งประจำตน
- เอกสารประจำตัวที่ต้องนำไปใช้ลงคะแนนเสียง
- ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับนโยบายผู้สมัครเพื่อประกอบการตัดสินใจ
สนามกาฬสินธุ์ยังมีคำถามให้ติดตามต่อในช่วงโค้งสุดท้าย ได้แก่ การเคลื่อนพลของแกนนำระดับภูมิภาคว่าจะส่งผลต่อคะแนนเสียงอย่างไร และการตอบโจทย์ปัญหาเร่งด่วนของชาวบ้านในพื้นที่จะเป็นตัวเร่งศรัทธาหรือไม่ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่เพียงกำหนดตัวผู้บริหารท้องถิ่น แต่ยังสะท้อนทิศทางความเชื่อมโยงระหว่างการเมืองระดับชาติกับพลังท้องถิ่นของภาคอีสาน