อุดรธานี — สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยสถานการณ์โรคเอชไอวี-เอชไอวีในจังหวัดประจำปี พ.ศ. 2569 โดยรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 119 ราย จากผู้เข้ารับการคัดกรองทั้งหมด 6,648 ราย ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ประมาณ 12,073 ราย และมีผู้เสียชีวิตในปีนี้จำนวน 191 ราย ซึ่งข้อมูลชุดนี้นำมาซึ่งข้อสรุปว่าจำเป็นต้องเร่งมาตรการป้องกันและรักษาเพื่อบรรลุเป้าหมายระดับชาติในการยุติปัญหาเอดส์ภายในปี พ.ศ. 2573.
สัดส่วนตามกลุ่มประชากร
จากการรายงานผ่านระบบการให้บริการคำปรึกษาและตรวจหาเชื้อโดยสมัครใจ พบความไม่เท่าเทียมกันของการกระจายตัวของการติดเชื้อเมื่อแบ่งตามกลุ่มประชากร โดยเฉพาะกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายหรือ MSM มีสัดส่วนของผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด
- ผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมด: 6,648 ราย
- ผู้ติดเชื้อรายใหม่: 119 ราย (อัตราการตรวจพบเชื้อร้อยละ 1.79)
- ผู้ติดเชื้อสะสมโดยประมาณ: 12,073 ราย
- ผู้เสียชีวิตในปีนี้: 191 ราย
รายละเอียดตามกลุ่มเสี่ยง
ข้อมูลเมื่อแยกตามกลุ่มประชากรที่เข้ารับการตรวจพบความแตกต่างทั้งในจำนวนผู้เข้ารับบริการและอัตราการตรวจพบเชื้อดังนี้
| กลุ่ม | จำนวนเข้าตรวจ (ราย) | ผู้ติดเชื้อรายใหม่ (ราย) | อัตราการตรวจพบเชื้อ (%) |
|---|---|---|---|
| ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) | 6,008 | 110 | 1.83 |
| หญิงข้ามเพศ/คนข้ามเพศ (TG) | 88 | 7 | 7.95 |
| พนักงานบริการชาย (MSW) | 41 | 1 | 2.44 |
| พนักงานบริการหญิง (FSW) | 511 | 1 | 0.20 |
| ผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด (PWID) | 160 | 0 | 0.00 |
ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กลุ่ม TG จะมีผู้เข้ารับการตรวจน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น แต่มีอัตราการตรวจพบเชื้อสูงสุด จึงสะท้อนช่องว่างของการเข้าถึงบริการป้องกันและการตรวจคัดกรองภายในกลุ่มนี้
มาตรการและแนวทางดำเนินงาน
นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา ผู้อำนวยการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวทำให้หน่วยงานต้องเร่งผลักดันมาตรการเชิงรุก คือการขยายบริการตรวจคัดกรอง การส่งเสริมการเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที และการเผยแพร่แนวคิด U=U (Undetectable = Untransmittable) เพื่อให้ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนมีปริมาณไวรัสในเลือดต่ำจนตรวจไม่พบ จะไม่แพร่เชื้อได้ในทางเพศสัมพันธ์
นอกจากการตรวจหาเชื้อและการให้ยาต้านไวรัสแล้ว ทางสาธารณสุขได้เน้นแนวทางเชิงป้องกัน เช่น การให้ความรู้เรื่องการใช้ถุงยางอนามัย การส่งเสริมการเข้าถึงบริการป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ (PrEP) ในกลุ่มเสี่ยงสูง และการทำงานร่วมกับองค์กรชุมชนที่ทำงานใกล้ชิดกับกลุ่ม LGBTQ+ เพื่อขจัดอุปสรรคทางสังคมที่ทำให้บางกลุ่มหนีการเข้ารับบริการ
ความท้าทายและผลกระทบท้องถิ่น
เชิงนโยบาย ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ยังไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าจำเป็นต้องมีการเพิ่มการทดสอบเชิงรุกโดยเฉพาะในกลุ่มที่มีอัตราการตรวจพบสูง ขณะเดียวกันต้องมีการดูแลผู้ป่วยให้เข้าถึงการรักษาต่อเนื่องเพื่อลดการเสียชีวิตและการแพร่เชื้อในชุมชน ส่วนระดับท้องถิ่น ประชาชนควรได้รับข้อมูลการเข้าถึงบริการในพื้นที่ อาทิ โรงพยาบาลชุมชน คลินิกบริการ และหน่วยงานที่ให้บริการตรวจและปรึกษาโดยไม่เลือกปฏิบัติ
สำหรับประชาชนที่ต้องการเข้ารับการตรวจคัดกรองหรือรับคำปรึกษาแนะนำให้ติดต่อหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้านหรือสายด่วนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ เวลา และบริการที่ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือบริการที่มีเงื่อนไขเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มเปราะบาง
สภาพการณ์ในอุดรธานียังเป็นข้อเตือนใจว่าแม้จะมีความก้าวหน้าทางการแพทย์ แต่การควบคุมโรคให้สำเร็จต้องอาศัยการเข้าถึงบริการที่เท่าเทียม การลดทัศนคติรังเกียจ และการบูรณาการงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้เป้าหมายยุติปัญหาเอดส์ในปีพ.ศ. 2573 เป็นไปได้จริง