เมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิจารณาในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ร้องต่อผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ประจำจังหวัดอุดรธานี โดยศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี กับนายพงษ์ศักดิ์ ลีเลิศ ผู้คัดค้านที่ 1 หลังพิจารณาว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอว่าได้จูงใจด้วยเงินต่อผู้สมัครรายอื่น
ประเด็นคำพิพากษาและเหตุผลของศาล
คำพิพากษาระบุว่าศาลรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า ผู้คัดค้านที่ 1 ได้มอบเงินเป็นค่าธรรมเนียมการสมัครจำนวน 2,500 บาท แก่นางสมหวัง ซึ่งเป็นผู้สมัครในกลุ่มพื้นที่อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี เพื่อจูงใจให้สมัครรับเลือกตั้งในกลุ่มดังกล่าว และให้ลงคะแนนเลือกผู้คัดค้านที่ 1 เป็นสมาชิกวุฒิสภา
ศาลเห็นว่าการกระทำเช่นนี้เข้าลักษณะการทุจริตในการเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ซึ่งขัดต่อมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และบทบัญญัติของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561
ผลคดีต่อผู้เกี่ยวข้อง
จากคำพิพากษา ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายพงษ์ศักดิ์เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา สำหรับผู้คัดค้านรายอื่น ได้แก่ นางเอื้องไพร ลีเลิศ นายบุญแถม วงค์น้อย และนายสุเทพ คำจันโท ศาลได้ยกคำร้องในส่วนของผู้ร้องต่อบุคคลเหล่านี้
“คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านทั้งสี่กระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือก อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ...”
คำอ้างถึงเนื้อหาทางกฎหมายในคำพิพากษาชี้ให้เห็นว่า ศาลต้องพิจารณาข้อเท็จจริงจากพยานและบันทึกที่เกี่ยวข้องก่อนมีคำวินิจฉัย
พยานและหลักฐานที่นำสืบ
ระหว่างการพิจารณา ศาลรับฟังการเบิกความของพยานจากเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วของกกต. รวมทั้งบันทึกถ้อยคำที่ได้จากการสืบสวนในพื้นที่อำเภอน้ำโสม ซึ่งชี้ไปยังเหตุการณ์เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2567 ขณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสมัครและการชักจูงผู้สมัครในหมู่บ้านที่เกี่ยวข้อง
ความหมายต่อการเลือกตั้งและข้อกฎหมาย
การพิจารณาคดีนี้สะท้อนความพยายามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและศาลในการรักษามาตรฐานความสุจริตของกระบวนการเลือกตั้ง โดยการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นบทลงโทษที่มีผลทางกฎหมายและการเมืองโดยตรงต่อผู้ที่กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
ข้อสังเกตต่อประชาชนและผู้สมัคร
คำพิพากษานี้ส่งสัญญาณเตือนให้ผู้สมัครและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเลือกตั้งทุกระดับตระหนักถึงข้อห้ามในการให้หรือรับผลประโยชน์เพื่อจูงใจการสมัครหรือการลงคะแนน เพราะหากมีหลักฐานรับได้ ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนสิทธิที่เกี่ยวกับการสมัครหรือการเลือกตั้ง
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิ | นายพงษ์ศักดิ์ ลีเลิศ |
| บทลงโทษ | เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี |
| เหตุแห่งการเพิกถอน | มอบเงินค่าสมัครจำนวน 2,500 บาท แก่ผู้สมัครรายอื่นเพื่อจูงใจ |
| พื้นที่ที่เกี่ยวข้อง | อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี |
ความเคลื่อนไหวต่อไป
คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งถือเป็นที่สุดในกระบวนการพิจารณาตามคดีนี้ เว้นแต่จะมีช่องทางตามกฎหมายสำหรับการขอพิจารณากรณีพิเศษ อย่างไรก็ตาม คดีนี้อาจเป็นบรรทัดฐานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสริมมาตรการป้องกันการทุจริตเชิงเลือกตั้งในระดับพื้นที่ต่อไป
สถานการณ์ดังกล่าวมีความสำคัญต่อบรรยากาศการเมืองท้องถิ่นของจังหวัดอุดรธานีและเป็นกรณีศึกษาสำคัญในแง่การบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง เพื่อให้การได้มาซึ่งผู้แทนของประชาชนเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม