เมื่อเวลา 04.20 น. ของวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายมุดเข้าไปภายในร้านขายโทรศัพท์มือถือบริเวณบ้านบ่อน้ำ ตำบลหมูม่น อำเภอเมืองอุดรธานี ก่อนก่อเหตุขโมยโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟนออกจากตู้กระจกจำนวนรวม 5 เครื่อง ซึ่งกล้องวงจรปิดของร้านบันทึกพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุไว้ได้ชัดเจน
พฤติการณ์มุ่งเป้าเฉพาะไอโฟน
จากภาพวงจรปิด ระบุว่าคนร้ายเป็นชายรูปร่างสูง สวมเสื้อปิดบังใบหน้า เดินตรงไปยังตู้กระจกร้านและเลือกเฉพาะโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟน โดยไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินอื่น ๆ ในร้าน เช่น เงินสดหรือโทรศัพท์ยี่ห้ออื่น เจ้าของร้านซึ่งต่อมาทราบชื่อว่า นายไวยวิทย์ อายุ 35 ปี ได้นำหลักฐานภาพจากกล้องและหมายเลขประจำเครื่อง (IMEI) เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี
การติดตามจับกุม
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี สามารถติดตามและจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้คือ นายศักดิ์ชัย บุญตา อายุ 19 ปี ขณะอยู่ที่สี่แยกสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 จังหวัดอุดรธานี ขณะกำลังยืนซื้อตั๋วรถโดยสารเตรียมเดินทางไปกรุงเทพมหานครเพื่อล่าหนี
ของกลางและการกระทำหลังก่อเหตุ
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่าได้นำโทรศัพท์ที่ขโมยมาไปขายต่อให้กับร้านรับซื้อและซ่อมโทรศัพท์มือถือ 2 แห่ง ได้เงินรวมเป็น78,000 บาท โดยรายละเอียดการขายที่ตำรวจระบุมีดังนี้
| รุ่นโทรศัพท์ | สถานะ | ราคาที่ขาย (บาท) |
|---|---|---|
| iPhone 17 Pro Max (ใหม่) | ขายแล้ว | 37,000 |
| iPhone 17 (สี Blue) | ขายแล้ว | 41,000 |
| iPhone 15 (มือสอง) | ยังไม่ได้ขาย (ถูกยึดเป็นของกลางในขั้นตอนสอบสวน) | - |
| iPhone 13 (มือสอง) | ยังไม่ได้ขาย (ถูกยึดเป็นของกลางในขั้นตอนสอบสวน) | - |
มูลค่าความเสียหายและข้อกล่าวหา
รวมมูลค่าความเสียหายจากการขโมยถูกประเมินอยู่ที่ใกล้เคียง200,000 บาท เบื้องต้นผู้ต้องหาโดนแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา "บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน" "ลักทรัพย์" และ "ทำลายสิ่งกีดกั้น" ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จะเรียกตรวจสอบร้านรับซื้อโทรศัพท์ทั้งสองแห่งที่ผู้ต้องหานำเครื่องไปขาย เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับซื้อและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ผลกระทบต่อร้านค้าท้องถิ่นและข้อควรระวัง
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนความเสี่ยงที่เจ้าของร้านค้าปลีกโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าในอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียงต้องเผชิญ ทั้งในด้านการป้องกันการบุกรุกและการตรวจสอบการซื้อ-ขายเครื่องมือสื่อสารมือสอง เจ้าของธุรกิจควรพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น
- ติดตั้งกล้องวงจรปิดและระบบแจ้งเตือนที่ครอบคลุมทั้งภายในและภายนอกร้าน
- ใช้ตู้โชว์ที่มีระบบล็อกและวัสดุป้องกันการงัดแงะ
- บันทึกข้อมูลหมายเลข IMEI ทุกรุ่นและเก็บสำเนาไว้เมื่อลูกค้านำมาซ่อมหรือขาย
- ตรวจสอบประวัติผู้รับซื้อหรือร้านรับซื้อเครื่องมือสื่อสารก่อนทำการซื้อขาย
ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมของพนักงานสอบสวน หากมีการเรียกสอบเจ้าของร้านรับซื้อเครื่องและพยานบุคคลอื่น ๆ จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์นี้เตือนให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและประชาชนเพิ่มความระมัดระวังทั้งในเรื่องการป้องกันทรัพย์สินและการทำธุรกรรมซื้อขายอุปกรณ์มือสอง เพื่อไม่ให้ตกเป็นผู้เสียหายจากการกระทำของคนร้ายที่มุ่งเป้าเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูง
หมายเหตุ: ข้อมูลในข่าวนี้อ้างอิงจากรายงานการจับกุมและคำให้การเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี รวมถึงหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและเอกสารการแจ้งความของเจ้าของร้าน