เมื่อวันที่สำนักงานจังหวัดจันทบุรีเป็นสถานที่รับฟังแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงตรวจราชการและติดตามความคืบหน้าโครงการของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีการนำเสนอแผนงานสำคัญหลายโครงการที่มีเป้าหมายลดปัญหาจราจร เพิ่มการเชื่อมต่อเส้นทางท่องเที่ยว และรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น
โครงการเด่นของจังหวัด
จากการนำเสนอของ ทช. มีโครงการหลัก 2 โครงการที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่
- โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรี ซึ่งตั้งเป้าบรรเทาปริมาณการจราจรบนถนนสายหลักเข้าสู่ตัวเมืองในช่วงเร่งด่วน และเป็นส่วนสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนของจังหวัด
- โครงการศึกษาความเหมาะสมสะพานข้ามปากแม่น้ำจันทบุรี เพื่อเชื่อมต่อกับถนนเฉลิมบูรพาชลทิต อำเภอแหลมสิงห์ ซึ่งจะลดระยะทางจากตัวเมืองไปยังชายหาดสำคัญ เช่น หาดเจ้าหลาวและหาดคุ้งวิมาน จากเดิมประมาณ 40 กิโลเมตร ให้เหลือราว 11 กิโลเมตร
ทั้งสองโครงการอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท โดยแผนการดำเนินงานมีทั้งการออกแบบก่อสร้างและการว่าจ้างศึกษาความเหมาะสมรวมถึงการจัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเสนอขอจัดสรรงบประมาณ
งบประมาณและกรอบเวลา
ในรายละเอียดที่เสนอภาพรวม ทช. ระบุแผนจะขอของบเหลือจ่ายสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและ EIA สำหรับโครงการสะพานข้ามปากแม่น้ำ ทั้งนี้ขั้นตอนดังกล่าวเป็นการเตรียมข้อมูลพื้นฐานเพื่อรองรับการของบประมาณก่อสร้างในลำดับต่อไป
| โครงการ | วัตถุประสงค์ | สถานะ |
|---|---|---|
| สะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรี | บรรเทาจราจร สนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า | เสนอแผนงาน/เตรียมงานก่อสร้าง |
| สะพานข้ามปากแม่น้ำเชื่อมถนนเฉลิมบูรพาชลทิต | ลดระยะทาง-เวลาเดินทาง เชื่อมชายฝั่ง | ขอของบศึกษาความเหมาะสมและ EIA (ของบ พ.ศ. 2570) |
ผลต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น
การเชื่อมต่อเส้นทางที่ดีขึ้นมีผลโดยตรงต่อการกระจายรายได้ภายในจังหวัด จันทบุรีเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งและทรัพยากรทางการเกษตร หากระยะทางการเดินทางสั้นลงจะช่วยดึงนักท่องเที่ยวให้กระจายไปยังพื้นที่ชายฝั่งมากขึ้น นอกจากนี้การอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมยังเอื้อต่อการขนส่งสินค้าและการค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างงานและรายได้
อย่างไรก็ตาม โครงการขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อชายฝั่งและพื้นที่ชุมชน ย่อมต้องผ่านการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างรอบด้านก่อนการดำเนินการ ทั้งในด้านการกัดเซาะชายฝั่ง นิเวศป่าชายเลน และผลกระทบต่ออาชีพดั้งเดิมของชาวประมงและชุมชนชายฝั่ง
ความท้าทายและแนวทางต่อไป
แม้การมีแผนงานและการขอของบศึกษาจะเป็นก้าวสำคัญ แต่การเดินหน้าโครงการให้บรรลุผลต้องเผชิญหลายด้าน ทั้งการจัดสรรงบประมาณ การออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเพื่อรับฟังข้อกังวลและข้อเสนอแนะ นอกจากนั้นยังต้องพิจารณาเรื่องการเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาในระดับจังหวัดและภูมิภาค เพื่อให้การลงทุนมีประสิทธิผลสูงสุด
การที่รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เพื่อติดตามแผนและรับฟังข้อมูลจาก ทช. แสดงให้เห็นถึงความพยายามผลักดันโครงการเชิงโครงสร้างพื้นฐานที่อาจเปลี่ยนโฉมการเดินทางและเศรษฐกิจของจังหวัด หากขั้นตอนศึกษาความเหมาะสมและ EIA เสร็จสิ้นและได้รับการอนุมัติงบประมาณ โครงการอาจเข้าสู่ระยะออกแบบและก่อสร้างในอนาคต
สำหรับประชาชนในพื้นที่ สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือรายละเอียดการศึกษาผลกระทบ การมีส่วนร่วมของชุมชน และกรอบเวลาในการขอจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้การพัฒนาในด้านคมนาคมไม่เพียงแก้ปัญหาจราจรเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจท้องถิ่นควบคู่กันไป