อาชญากรรม บ้านแปลง จันทบุรี (53)

กองทัพเรือจับชายชาวกัมพูชาหนีเข้าเมืองพร้อมเด็ก 13 ปี ตร.จันทบุรีสอบสวนขยายผลเครือข่าย

หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีระดมลาดตระเวนตามมาตรการปิดด่าน จับชายชาวกัมพูชาพร้อมผู้นำพาชาวไทย หลังตรวจพบความเคลื่อนไหวริมแนวชายแดน คุมตัวส่ง สภ.บ้านแปลงและตรวจคนเข้าเมือง พร้อมเร่งตามหาบุตรสาววัย 13 ปีที่หลบหนีไป

กองทัพเรือจับชายชาวกัมพูชาหนีเข้าเมืองพร้อมเด็ก 13 ปี ตร.จันทบุรีสอบสวนขยายผลเครือข่าย
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตรวจพบความเคลื่อนไหวผิดปกติบริเวณแนวชายแดน จึงเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวบุคคลที่สงสัยได้บางส่วน ขณะเดียวกันยังมีผู้โดยสารอีกกลุ่มหนึ่งหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ที่ควบคุมได้ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีและขยายผลเครือข่ายนำพาข้ามแดน

รายละเอียดการจับกุมและการสอบสวน

จากการลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์จำนวนสองคัน โดยมีบุคคลรวมกันสี่คน ในขั้นต้นสามารถยึดรถและควบคุมผู้ต้องสงสัยได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งได้แก่ ชายไทยอายุ 20 ปี ในฐานะผู้เป็นผู้นำพา และ ชายชาวกัมพูชาอายุ 41 ปี ที่แสดงหลักฐานประจำตัวแต่มีอายุเอกสารสิ้นสุดลงแล้ว ส่วนผู้ที่โดยสารมากับรถจักรยานยนต์อีกคันรวมถึงบุตรสาววัย 13 ปีของชายกัมพูชาที่ยังหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวอย่างเร่งด่วน

การสอบสวนเบื้องต้นระบุว่า ผู้ถูกควบคุมตัวถูกว่าจ้างให้ไปรับชาวต่างชาติจากฝั่งกัมพูชาเพื่อนำส่งต่อภายในพื้นที่ โดยผู้ว่าจ้างจ่ายค่าจ้างเป็นเงินจำนวนหนึ่งต่อหัว ส่วนแรงงานข้ามชาติให้การว่าเดินทางเข้ามาเพื่อหางานในสวนผลไม้พื้นที่จางวาง โดยสูญเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นจำนวนหนึ่งและนำบุตรสาวมาด้วย

“กองทัพเรือยังคงดำเนินมาตรการ ‘ปิดด่าน 100%’ ควบคู่กับการเพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจพื้นที่ช่องทางธรรมชาติ”

มาตรการแนวชายแดนและการบูรณาการหน่วยงาน

โฆษกกองทัพเรือชี้ว่า หน่วยงานทหารจะผสานการทำงานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและฝ่ายปกครอง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบข้ามพรมแดน โดยมุ่งเน้นการปิดช่องทางธรรมชาติและติดตามกลุ่มขบวนการรับจ้างนำพา ทั้งนี้การควบคุมตัวและการส่งมอบผู้ต้องสงสัยให้กับเจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด

ผลกระทบต่อชุมชนและแรงงานข้ามชาติ

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ผลักดันให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาหางานในประเทศไทย โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้แรงงานในภาคเกษตร เช่น สวนลำไยในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีความต้องการแรงงานตามฤดูกาล กระบวนการนำพาที่ไม่ถูกต้องเสี่ยงต่อการเอาเปรียบและการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ข้ามพรมแดน

  • ผู้ถูกควบคุมตัว: ชายไทยวัย 20 ปี, ชายกัมพูชา 41 ปี (มีเอกสารหมดอายุ)
  • ผู้หลบหนี: กลุ่มผู้โดยสารรถคันที่สอง รวมถึงบุตรสาววัย 13 ปี
  • หน่วยปฏิบัติการ: หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ภายใต้การบูรณาการกับกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด

ข้อมูลเชิงเวลาและการดำเนินการ

วัน/เวลา เหตุการณ์
16 ส.ค. 2569 เวลา 17.00 น. ลาดตระเวนพบรถจักรยานยนต์และบุคคลต้องสงสัย บางส่วนถูกควบคุมตัว
หลังการจับกุม ส่งผู้ต้องสงสัยให้ สภ.บ้านแปลง และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี ดำเนินคดีและขยายผล

เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะเร่งติดตามตัวผู้หลบหนีและขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการรับจ้างนำพา เพื่อยุติเพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัยของชุมชนและแรงงาน อีกทั้งเพื่อป้องกันการนำพาเด็กและเยาวชนเข้าสู่ความเสี่ยง

ประชาชนสามารถร่วมแจ้งเบาะแสกิจกรรมที่น่าสงสัยหรือช่องทางลักลอบข้ามพรมแดนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที เพื่อช่วยเสริมการเฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ชายแดนของจังหวัดจันทบุรี

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

53จันทบุรี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น จันทบุรี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว