เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569 กระทรวงสาธารณสุขออกคำสั่งให้สถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ติดแม่น้ำโขง ได้แก่ จังหวัดนครพนม มุกดาหาร และบึงกาฬ เพิ่มมาตรการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วม หลังได้รับรายงานว่าระดับน้ำโขงในจังหวัดนครพนมสูงกว่าเกณฑ์วิกฤต
มาตรการเตรียมพร้อมของกระทรวง
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แจ้งคำสั่งให้หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เร่งดำเนินการเพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องในช่วงวิกฤต โดยมีการกำชับมาตรการสำคัญดังนี้
- เคลื่อนย้ายครุภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ชั้นล่างของโรงพยาบาลออกไปยังพื้นที่ปลอดภัย
- จัดพื้นที่จอดรถและรถพยาบาลในจุดปลอดภัย
- เตรียมระบบไฟฟ้าสำรองและน้ำมันเชื้อเพลิงให้พร้อม
- จัดเตรียมยา เวชภัณฑ์ ออกซิเจน เลือด และระบบสื่อสาร/IT สำรอง
- วางแผนการดูแลผู้ป่วยวิกฤต กลุ่มเปราะบาง และกลุ่มเสี่ยง รวมถึงระบบส่งต่อและเส้นทางอพยพ
- ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรในโซนแยกประปาเพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและพื้นที่สำคัญ
สถานการณ์ระดับน้ำและการคาดการณ์
กระทรวงได้รับรายงานว่า ระดับน้ำโขงในจังหวัดนครพนมอยู่ที่ 12.04 เมตร ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์วิกฤตประมาณ 0.04 เมตร และคาดว่าระดับน้ำอาจขึ้นสูงสุดในวันที่ถัดมา ประมาณ 12.13 เมตร ทั้งนี้ กระทรวงสั่งการให้สถานบริการรายงานสถานการณ์ทุกวันเวลา 08.00 น. และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของโรงพยาบาลนครพนมรายงานสถานการณ์ทุก 3 ชั่วโมง เพื่อให้การติดตามและการตอบสนองเป็นไปอย่างทันท่วงที
การประสานกำลังสนับสนุน
นอกจากการเตรียมทรัพยากรภายในหน่วยบริการแล้ว กระทรวงสาธารณสุขได้วางแผนประสานขอความร่วมมือจากกองทัพไทยและหน่วยงานทหารในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนด้านกำลังพล ยานพาหนะยกสูง และเรือ ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือญาติหากเส้นทางบกถูกตัดขาด โดยแบ่งความต้องการกำลังสนับสนุนเป็นสองระดับ ได้แก่
| ระดับ | การขอสนับสนุน |
|---|---|
| สีส้ม (เตรียมการ) | ขอกำลังทหารประมาณ 20–30 นาย เพื่อเสริมแนวกั้นน้ำและเคลื่อนย้ายครุภัณฑ์ |
| ระดับแดง (อพยพ) | เตรียมกำลังเพิ่มเติม 40–60 นาย สำหรับการอพยพและการส่งต่อผู้ป่วยหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น |
ด้านการให้บริการของโรงพยาบาลนครพนม
แม้รายงานระบุว่าโรงพยาบาลนครพนมยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงและยังให้บริการได้ตามปกติ แต่ความเสี่ยงที่เป็นปัจจัยคือเส้นทางเข้า–ออก บริเวณถนนอภิบาลบัญชา และประสิทธิภาพการระบายน้ำหากแม่น้ำโขงหนุนสูง ดังนั้น โรงพยาบาลจึงยกระดับความพร้อมเป็นสีส้ม และเตรียมแผนรองรับตลอด 24 ชั่วโมง
"ขอให้สถานบริการจัดระบบไฟฟ้าสำรอง น้ำมันเชื้อเพลิง ยาและเวชภัณฑ์จำเป็น เพื่อดูแลประชาชนได้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง และประสานกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที"
ความสำคัญต่อประชาชน
การสั่งการของกระทรวงมีความหมายเชิงปฏิบัติอย่างชัดเจนต่อประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและผู้ใช้บริการสาธารณสุข ประชาชนควรติดตามประกาศจากโรงพยาบาลและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากมีการเปลี่ยนแปลงระบบให้บริการหรือการจัดตั้งจุดชั่วคราวในการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ต้องการไฟฟ้าต่อเนื่อง และผู้ที่ต้องการการส่งต่อฉุกเฉิน
กระทรวงสาธารณสุขขอให้ประชาชนร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อลดความเสี่ยงและให้การรักษาพยาบาลดำเนินไปได้อย่างปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์น้ำจะคลี่คลาย