ตัวแทนกลุ่มภาคประชาชนในจังหวัด ปราจีนบุรี รวมตัวกันเดินทางมายื่นหนังสือต่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เพื่อคัดค้านแนวคิดการขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดดังกล่าว
สาเหตุการเคลื่อนไหวและข้อเรียกร้อง
กลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “ปราจีนเข้มแข็ง” ระบุว่าการเดินทางมายื่นหนังสือครั้งนี้เป็นการรวมตัวของประชาชนจากหลายพื้นที่ในจังหวัด เพื่อแสดงเจตนาคัดค้านต่อการเสนอให้ปราจีนบุรีเป็นเขตขยายของ EEC และต้องการให้รัฐบาลทบทวนแนวทางดังกล่าวก่อนดำเนินการใดๆ โดยอาศัยการลงชื่อของประชาชนตามมาตรา 4 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560
คำเรียกร้องหลักของกลุ่มประกอบด้วยการขอให้รัฐบาลและคณะกรรมการ EEC
- หยุดการดำเนินการขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรีจนกว่าจะมีการรับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึง
- พิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างละเอียด
- ให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างแท้จริง
ความกังวลของคนในพื้นที่
ตัวแทนกลุ่มระบุว่าประชาชนมีความกังวลหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการขยายเขตพัฒนา โดยเฉพาะเรื่อง ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพชีวิต และทิศทางการพัฒนาจังหวัดในระยะยาว ซึ่งพวกเขาเห็นว่าการกำหนดพื้นที่พัฒนาในระดับนี้ควรคำนึงถึงเสียงของคนในพื้นที่ก่อน
“ปราจีนบุรีไม่ควรถูกกำหนดทิศทางการพัฒนาโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่”
คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนท่าทีของกลุ่มที่ยืนยันว่าการตัดสินใจด้านนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนควรเกิดขึ้นหลังการรับฟังความคิดเห็นอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
ประเด็นเชิงนโยบายและการเมือง
การขยายพื้นที่ของ EEC เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับนโยบายระดับชาติด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่เมื่อนโยบายดังกล่าวขยับพื้นที่เข้าใกล้เขตชุมชนใหม่ๆ ก็ต้องตั้งคำถามถึงการประเมินผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ที่กลุ่มปราจีนเข้มแข็งนำมาอ้างเป็นพื้นฐานในการยื่นหนังสือ
| ประเด็น | ความกังวลของประชาชน |
|---|---|
| สิ่งแวดล้อม | ผลกระทบต่อระบบนิเวศและแหล่งน้ำในพื้นที่ |
| คุณภาพชีวิต | ความเปลี่ยนแปลงของชุมชน การอพยพ และมลภาวะ |
| การมีส่วนร่วม | การตัดสินใจโดยหน่วยงานกลางโดยไม่รับฟังเสียงชุมชน |
ผลต่อภาคประชาชนและแนวทางถัดไป
การยื่นหนังสือของกลุ่มปราจีนเข้มแข็งนับเป็นความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนที่ต้องการให้หน่วยงานรัฐรับฟังความคิดเห็น ก่อนจะตัดสินใจขยายโครงการพัฒนาที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น ขณะที่ขั้นตอนต่อไปคือการรอการตอบรับจากรัฐบาลหรือคณะกรรมการ EEC ว่าจะดำเนินการเช่นไร ทั้งในแง่การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น การสำรวจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม หรือการชะลอการตัดสินใจ
กรณีที่รัฐเลือกเดินหน้าต่อโดยไม่เปิดรับฟังอย่างกว้างขวาง อาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างชุมชนและหน่วยงานรัฐ ซึ่งการจัดการเชิงนโยบายและการสื่อสารที่ชัดเจนจึงมีความสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและสร้างความชัดเจนด้านสิทธิและหน้าที่ของทุกฝ่าย
สำหรับผู้เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป แนะนำให้ติดตามความคืบหน้าจากทางราชการและกลุ่มภาคประชาชนที่ยื่นหนังสือ รวมทั้งเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งทางสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ เพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงหลักฐานหากมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในอนาคต
เหตุการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างนโยบายขยายเขตพัฒนาเพื่อส่งเสริมการลงทุนกับสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นคำถามเชิงนโยบายที่หน่วยงานรัฐต้องให้คำตอบอย่างชัดเจนและโปร่งใส