ปราจีนบุรี — เครือข่ายผู้เคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในจังหวัด รวมตัวใช้ชื่อว่า ปราจีนเข้มแข็ง ยืนยันจัดการชุมนุมบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรีในวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เพื่อคัดค้านแนวทางการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เข้ามาในพื้นที่จังหวัด แม้ก่อนหน้านี้จะได้รับหนังสือจากตำรวจและผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่
ข้อโต้แย้งทางกฎหมายและหลักสิทธิเสรีภาพ
กลุ่มระบุว่าได้ยื่นหนังสือแจ้งการชุมนุมต่อสถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรีตามขั้นตอน และอ้างบทบัญญัติในพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นระบบการ "แจ้งการชุมนุมเพื่อทราบ" ไม่ใช่การขออนุญาต จึงเห็นว่า เจ้าหน้าที่หรือผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มีอำนาจจะสั่งห้ามโดยพลการ
“ไม่ชนะไม่กลับบ้าน”
คำประกาศนี้ถูกนำมาเป็นจุดยืนจากแกนนำกลุ่มเพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการคัดค้านการขยายพื้นที่ EEC หากฝ่ายที่เรียกร้องไม่ได้รับการตอบสนอง กลุ่มได้ชี้แจงว่าการชุมนุมเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากล
ประเด็นที่กลุ่มชุมนุมเรียกร้อง
- ความกังวลต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและแหล่งน้ำ
- ความเสี่ยงต่อพื้นที่เกษตรกรรมและวิถีชีวิตของประชาชน
- ต้องการให้รัฐบาลและคณะกรรมการนโยบาย EEC ทบทวนแนวทางการขยายพื้นที่
เครือข่ายระบุว่าพื้นที่บริเวณหน้าศาลากลางมีความเหมาะสมในการรองรับผู้ชุมนุม ปริมาณที่ระบุว่าเพียงพอสำหรับผู้เข้าร่วมประมาณ 500 คน และสามารถจัดการพื้นที่ไม่ให้กีดขวางการสัญจรหรือกระทบต่อการติดต่อราชการจนเกินสมควร
ปฏิกิริยาจากหน่วยงานรัฐ
ตามข้อมูลที่กลุ่มเผยแพร่ ตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรีได้ตอบกลับหนังสือของกลุ่มโดยอ้างความเห็นของผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ โดยให้เหตุผลว่าหากจัดการชุมนุมอาจกีดขวางทางเข้า-ออกและส่งผลต่อการปฏิบัติงานของราชการ อย่างไรก็ตาม กลุ่มได้ส่งหนังสือตอบโต้เพื่อยืนยันหลักทางกฎหมายเกี่ยวกับการแจ้งการชุมนุม
ความสำคัญเชิงนโยบายและท้องถิ่น
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความตึงเครียดระหว่างการขยายเขตพัฒนาพิเศษกับความกังวลของชุมชนท้องถิ่นต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจฐานราก การที่ชุมชนเลือกใช้พื้นที่หน้าศาลากลางซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัด แสดงให้เห็นว่าผู้ชุมนุมต้องการให้ผู้บริหารระดับจังหวัดรับรู้และมีส่วนรับผิดชอบโดยตรง
ช่องว่างระหว่างการใช้กฎหมายกับการจัดการพื้นที่สาธารณะ
กรณีนี้ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งเชิงกฎหมายระหว่างระบบการแจ้งการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ กับการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะที่มักต้องพิจารณาถึงการอำนวยความสะดวกสาธารณะและความปลอดภัย การตีความบทบาทของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งในระดับสำนักงานตำรวจและระดับผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นตัวกำหนดกรอบการตอบสนองต่อการชุมนุมครั้งนี้
กำหนดการและผลที่อาจเกิดขึ้น
กลุ่มประกาศยืนยันจะเดินหน้าจัดกิจกรรมตามกำหนดการเดิมและจะไม่ย้ายสถานที่ โดยเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรม หากการชุมนุมเกิดขึ้นจริง เจ้าหน้าที่ภาครัฐทั้งฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองจะต้องประเมินและบริหารจัดการสถานการณ์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ควบคู่กับการเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้ชุมนุม
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| วันเวลา | 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 |
| สถานที่ | หน้าศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี |
| ผู้จัด | เครือข่าย "ปราจีนเข้มแข็ง" |
| จำนวนผู้ชุมนุม (กลุ่มระบุ) | ประมาณ 500 คน |
ในช่วงเวลาต่อจากนี้ ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการสื่อสารกันชัดเจนทั้งในเรื่องการอำนวยความปลอดภัย การจัดระเบียบการจราจร และการเปิดช่องทางเจรจาเพื่อป้องกันการบานปลาย ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากทั้งการขยายพื้นที่ EEC และผลของการชุมนุมเอง ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
การพัฒนาพื้นที่ตามโครงการระดับชาติเมื่อชนกับความกังวลเชิงสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น ย่อมเป็นปัญหาที่หน่วยงานระดับจังหวัดและระดับประเทศต้องหาจุดสมดุล ทั้งในด้านการเคารพสิทธิ การบังคับใช้กฎหมาย และการจัดการเชิงนโยบายที่โปร่งใส