ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ หมายเลข 2 นายประเสริฐ บุญเรือง หรือที่รู้จักในนาม "กำนันหิต" เปิดเวทีปราศรัยช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงที่บริเวณศาลากลางหลังเก่า อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ท่ามกลางประชาชนและผู้สนับสนุนที่มาร่วมรับฟังอย่างต่อเนื่อง ก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ภาพรวมเวทีปราศรัยและข้อความหลัก
บรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้ร่วมเวทีให้กำลังใจจำนวนมาก ข้อความสำคัญที่นายประเสริฐนำเสนอ มีทั้งการชวนประชาชนร่วมคิดร่วมทำเพื่อการเปลี่ยนแปลง และย้ำว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดไม่ควรถูกครอบงำโดยการเมืองระดับใหญ่ แต่เป็นเรื่องของคนกาฬสินธุ์ทุกคน
“เสียงของคุณคือพลัง เมืองน้ำดำต้องเปลี่ยนแปลง”
ผู้สมัครกล่าวด้วยว่า ตลอดช่วงหาเสียงที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ครบ 18 อำเภอ 135 ตำบล เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชน และหวังนำประสบการณ์จากการเป็น ส.ส.กาฬสินธุ์ 6 สมัย มาช่วยบริหารท้องถิ่นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ
นโยบายเด่นเชิงเศรษฐกิจและเกษตร
หนึ่งในประเด็นที่นายประเสริฐเน้นหนัก คือการบรรเทาปัญหาปากท้องของเกษตรกร โดยเฉพาะกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น กุ้งก้ามกราม GI และปลานิลจากเขื่อนลำปาว ซึ่งเผชิญต้นทุนอาหารสูง ผลผลิตล้นตลาด และราคาตกต่ำ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้สมัครเสนอให้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านห้องเย็น เพื่อช่วยชะลอการวางขายและรักษาคุณภาพผลผลิตก่อนออกสู่ตลาด
การพัฒนาการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม
นโยบายด้านการท่องเที่ยวเป็นอีกหัวข้อที่นายประเสริฐให้ความสำคัญ โดยตั้งเป้าจะเปลี่ยนเมืองผ่านให้เป็นแหล่งสร้างรายได้สูง มุ่งเพิ่มจำนวนผู้มาเยือนที่พักค้างคืนเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน ผู้ประกอบการโรงแรม โฮมสเตย์ ร้านอาหาร และผู้ประกอบอาชีพด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่
แนวคิดและกิจกรรมที่ถูกหยิบยกเป็นตัวอย่าง ได้แก่ การผลักดันให้เขื่อนลำปาวเป็นเมืองหลวงกีฬาทางน้ำของภาคอีสาน จัดเทศกาลกีฬาทางน้ำ ส่งเสริมแนวคิด "1 อำเภอ 1 Landmark 1 กิจกรรม" รวมทั้งกิจกรรมเชิงสันทนาการและตลาดกลางคืนด้านวัฒนธรรม เช่น “Kalasin Night of the Dinosaurs” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยามค่ำและยกระดับอัตลักษณ์ของชาวผู้ไท
การสนับสนุนสินค้าและการตลาด
อีกนโยบายที่ถูกนำเสนอเป็นรูปธรรม คือการผลักดันสินค้า GI และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเข้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้น โดยยกตัวอย่างโครงการส่งเสริม "แพรวาบ้านโพน" ให้เป็นสินค้า GI ของจังหวัด ผ่านช่องทางไลฟ์คอมเมิร์ซ เพื่อเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชน
ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่นำเสนอ
ทีมผู้สมัครได้นำเสนอกรอบการพัฒนารวม 7 ยุทธศาสตร์ซึ่งครอบคลุมมิติต่าง ๆ ของจังหวัด ได้แก่ การจัดการน้ำเพื่อการเกษตร การส่งเสริมเศรษฐกิจและรายได้ การบริการสุขภาพชุมชน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การจัดการศึกษาเพื่อสร้างอาชีพ การบริหารงานแบบโปร่งใส และการอนุรักษ์ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น
| ยุทธศาสตร์ | เป้าหมาย |
|---|---|
| การบริหารจัดการน้ำ | รองรับการเกษตรและทรัพยากรน้ำ |
| ส่งเสริมเศรษฐกิจ | เพิ่มรายได้กระจายสู่ชุมชน |
| บริการสุขภาพชุมชน | เข้าถึงและคุณภาพดีขึ้น |
| ความปลอดภัย | ลดความเสี่ยงชีวิต/ทรัพย์สิน |
| การศึกษาเพื่ออาชีพ | พัฒนาทักษะรองรับตลาดแรงงาน |
| การบริหารโปร่งใส | ตรวจสอบได้และมีส่วนร่วม |
| ส่งเสริมวัฒนธรรม | อนุรักษ์และใช้เป็น Soft Power |
บริบทท้องถิ่นและข้อสังเกต
การนำเสนอนโยบายที่ผสมทั้งมาตรการด้านโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และกลยุทธ์การตลาดสำหรับสินค้า GI สะท้อนความพยายามเชื่อมโยงความต้องการเชิงเศรษฐกิจของชุมชนเข้ากับทรัพยากรและอัตลักษณ์ของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติจะต้องอาศัยงบประมาณ การประสานภาครัฐและเอกชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
- ลงพื้นที่ครบ 18 อำเภอ 135 ตำบล เพื่อรับฟังปัญหาชุมชน
- เสนอห้องเย็นเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ช่วยลดความเสี่ยงให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ
- ดันเขื่อนลำปาว เป็นศูนย์กลางกีฬาทางน้ำและกิจกรรมท่องเที่ยว
ในช่วงเวลาที่เหลือก่อนการเลือกตั้ง ผู้สมัครจะต้องเปลี่ยนคำสัญญาให้เป็นความเชื่อมั่นของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งทั้งการสื่อสารที่ชัดเจน การชี้ตัวชี้ทางของแผนงาน และการแสดงหลักฐานถึงความเป็นไปได้ของโครงการ จะเป็นตัวแปรสำคัญในการชักนำคะแนนเสียงจากประชาชนที่จับตามองว่าการบริหาร อบจ. จะตอบโจทย์ชีวิตความเป็นอยู่และศักยภาพของจังหวัดอย่างไร