เมื่อเย็นวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทในพื้นที่ชุมชนดงอุดม ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี หลังได้รับการประสานว่ามีผู้ถูกทำร้ายและถูกนำไปทิ้งแล้งในสระน้ำ สร้างความตื่นตระหนกในหมู่ชาวบ้าน
เจ้าหน้าที่พร้อมกู้ภัยส่งเสริมธรรมแห่งจังหวัดอุดรธานีเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงรายหนึ่ง นอนอยู่บริเวณขอบสระน้ำ สวมเสื้อเพียงตัวเดียว มีบาดแผลที่ใบหน้า และอาการซวนเซก่อนนำส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีเพื่อรับการรักษาทันที
รายละเอียดผู้เกี่ยวข้องและเหตุการณ์
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นางกานต์ อายุ 40 ปี ขณะที่ผู้ก่อเหตุเป็นสามีชาวลาวชื่อ นายพร อายุ 34 ปี ทั้งสองนั่งดื่มสุรากับผู้ใหญ่บ้านและเพื่อนบ้านบริเวณหน้าห้องเช่า เมื่อเกิดความขัดแย้งทะเลาะวิวาทขึ้น เนื่องจากเรื่องหึงหวงจนลุกลามเป็นการทำร้ายร่างกาย
ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นหญิงสูงอายุในชุมชน รายงานว่าหลังจากเหตุทะเลาะ นายพรได้ชกต่อยจนทำให้นางกานต์สลบ จากนั้นลากร่างไปลงในสระน้ำ แต่โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านวิ่งเข้าไปช่วยนำตัวขึ้นมาจากน้ำได้ทัน ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายเป็นเหตุสลด
“ไปเอาตัวขึ้นจากน้ำได้แล้ว ยังดีที่ช่วยไว้ทัน ไม่งั้นเสียชีวิตแน่”
ขณะเจ้าหน้าที่ออกตรวจที่เกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บมีร่องรอยการถูกทำร้ายหลายแห่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นและปิดบังเพื่อรักษาความสงบก่อนนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาเพิ่มเติมและตรวจร่างกายอย่างละเอียด
การตอบสนองจากชุมชนและเจ้าหน้าที่
ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านให้ข้อมูลว่า หญิงผู้ได้รับบาดเจ็บและสามีชาวลาวมักมาร่วมดื่มสุราด้วยกันเป็นประจำ แต่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเหตุรุนแรงถึงขั้นลากลงสระน้ำ ชุมชนจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อตรวจพบเหตุการณ์
ด้านตำรวจได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจะออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุมาสอบสวนถึงมูลเหตุจูงใจและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป แต่จนถึงเวลาที่มีการรายงาน ผู้ก่อเหตุยังหลบหนีและไม่ได้กลับมาดูแลผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุ
| ผู้เกี่ยวข้อง | อายุ | สถานะ |
|---|---|---|
| นางกานต์ | 40 ปี | ผู้บาดเจ็บ - ส่งรักษาที่โรงพยาบาล |
| นายพร | 34 ปี | ผู้ต้องสงสัย - หลบหนี |
| ป้าน้อย (ผู้พบเหตุ) | 64 ปี | พยาน - ช่วยนำขึ้นจากน้ำ |
ผลกระทบและข้อพึงระวังในชุมชน
เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นในชุมชนเมือง แม้จะเป็นพื้นที่ใกล้ชิดกัน ก็มิได้ปลอดภัยจากเหตุการณ์รุนแรง การที่ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านตระหนักและเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บไว้
เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนที่เป็นพยานหรือผู้พบเหตุแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีเมื่อพบการทะเลาะวิวาทที่อาจลุกลามเป็นความรุนแรง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ในระยะต่อไป ตำรวจจะติดตามตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย หากพบว่ามีความผิดทั้งในส่วนของการทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่า จะถูกดำเนินคดีตามขั้นตอน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจเข้าให้การช่วยเหลือด้านจิตใจและการฟื้นฟูแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ
ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองอุดรธานีและผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์สามารถติดต่อแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมแก่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานีเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน และช่วยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์ครั้งนี้เตือนให้สังคมเห็นถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังความรุนแรงในครอบครัวและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกันอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต