ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยการจับกุมผู้ต้องหาในคดีตระเวนงัด ทำลาย และเผาตู้เติมเงินในเขตเมืองอุดรธานี หลังชุดสืบสวนติดตามพฤติกรรมและหลักฐานจนทราบตัวผู้ต้องสงสัยและควบคุมตัวได้ ขณะที่เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทำลายทรัพย์และพยายามลักทรัพย์ รวมทั้งมีการนำตัวดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดด้วย
การจับกุมและข้อมูลผู้ต้องหา
การแถลงข่าวจาก สภ.เมืองอุดรธานี ระบุว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชายคนหนึ่งชื่อว่า นายจักริทร์ สิมสุนทร อายุ 23 ปี อยู่ในพื้นที่ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี ผู้ต้องหาตามพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับเหตุงัดตู้เติมเงินหลายจุดในเขตเมือง เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่าเพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียง 2 วัน ก่อนเกิดเหตุซ้ำ
ลักษณะการก่อเหตุและเบาะแสสำคัญ
ชุดสืบสวนรวบรวมข้อมูลจากจุดเกิดเหตุและภาพกล้องวงจรปิดจนพบรูปแบบการก่อเหตุที่มีความคล้ายคลึงกัน ได้แก่ เหตุทั้งหมดเกิดขึ้นภายในรัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตร จากกัน คนร้ายมักลงมือในช่วงกลางคืน ใช้รถจักรยานเป็นพาหนะ สวมเสื้อกันหนาวแบบมีฮู้ดและใส่หน้ากากอนามัยเพื่ออำพรางใบหน้า เจ้าหน้าที่พบหลักฐานที่เชื่อมโยงกับผู้ต้องสงสัยจากร่องรอยที่จุดเกิดเหตุและพยานที่พบเห็นยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ
จุดเกิดเหตุและมูลค่าความเสียหาย
คดีนี้เริ่มถูกตรวจพบตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม โดยเหตุการณ์เริ่มต้นราววันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ก่อนที่จะมีเหตุเพิ่มขึ้นต่อเนื่องรวมแล้วกว่า 6 จุด ในพื้นที่เมือง ทั้งการงัดเปิดตู้ ตัดสายไฟ ทำลายหน้าจอ และการใช้ไฟเผาตู้ในบางจุด ซึ่งทำให้มีการสูญเสียเงินสดจำนวนหนึ่งและทรัพย์สินของบริษัทผู้ให้บริการได้รับความเสียหาย
- บริเวณหน้ากองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนและบ้านหนองขาม จำนวน 3 จุด ถูกงัดและมีการนำตู้ไปจากพื้นที่ ได้เงินสดรวมกว่า 5,000 บาท
- บริเวณการประปาเขต 7 ถูกงัดแล้วใช้ไฟเผาตู้ ได้เงินสดไป 1,331 บาท
- บริเวณซอยร่มเย็นและซอยหนองบัว 3 อีก 2 จุด ถูกงัดหน้าจอ ตัดสายไฟ และได้เงินสดไปอีกกว่า 1,700 บาท
| จุดเกิดเหตุ | ลักษณะความเสียหาย | จำนวนเงินที่ถูกนำไป |
|---|---|---|
| หน้ากองร้อย ตชด. / บ้านหนองขาม (3 จุด) | งัด-นำตู้ไปจากพื้นที่ | รวมกว่า 5,000 บาท |
| การประปาเขต 7 | งัดและใช้ไฟเผาตู้ | 1,331 บาท |
| ซอยร่มเย็น / ซอยหนองบัว 3 (2 จุด) | งัดหน้าจอ ตัดสายไฟ | รวมกว่า 1,700 บาท |
สำนวนคดีและการดำเนินการของตำรวจ
รองผู้กำกับการสืบสวนเปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุครั้งแรกพยานหลักฐานยังไม่ชัดเจน แต่เมื่อผู้ต้องหาก่อเหตุเพิ่มและมีลักษณะพาหนะรวมถึงรูปพรรณสัณฐานที่สอดคล้องกัน เจ้าหน้าที่จึงสามารถรัดกุมเส้นทางสืบสวนและนำไปสู่การควบคุมตัวได้ แม้ระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องหาจะปฏิเสธในชั้นสอบสวน แต่ตำรวจได้นำตัวดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับการครอบครองยาเสพติดตามกระบวนการก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินต่อไป
ผลกระทบต่อประชาชนและคำแนะนำ
เหตุการณ์ลักษณะนี้สร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชนและผู้ประกอบการที่นำตู้เติมเงินไปวางตามจุดต่าง ๆ ของเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเน้นย้ำการเพิ่มความระมัดระวังในยามวิกาลและการติดตั้งระบบป้องกันเพิ่มเติม เช่น กล้องวงจรปิดที่มีการบันทึกภาพชัดเจน การติดตั้งไฟสว่าง และการแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อพบคนหรือยานพาหนะต้องสงสัยในพื้นที่
การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างของการติดตามสืบสวนอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่การป้องกันเชิงรุกจากชุมชนและผู้ประกอบการยังมีความสำคัญต่อการลดโอกาสเกิดเหตุซ้ำในอนาคต
ผู้ที่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือพบเบาะแสอื่น ๆ สามารถติดต่อแจ้งต่อ สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อช่วยให้การสืบสวนขยายผลและป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม