เศรษฐกิจ เมืองพิจิตร พิจิตร (41)

แฟรนไชส์กาแฟพิจิตรทำยอดพุ่ง กำไรเร็วขึ้นกว่าแผน ชี้จุดขายราคาคุณภาพจับกลุ่มชุมชน

ผู้ประกอบการแฟรนไชส์กาแฟในจังหวัดพิจิตร เผยยอดขายต่อเดือนเกิน 3 แสนบาทและยอดขายเครื่องดื่มไม่ต่ำกว่า 200 แก้วต่อวัน ทำให้ระยะเวลาคืนทุนสั้นลง จากเดิมคาด 6 ปี เหลือไม่เกิน 2-3 ปี ขณะที่แผนขยายสาขาในพื้นที่อื่นของจังหวัดกำลังเดินหน้า

แฟรนไชส์กาแฟพิจิตรทำยอดพุ่ง กำไรเร็วขึ้นกว่าแผน ชี้จุดขายราคาคุณภาพจับกลุ่มชุมชน
©ภาพประกอบ วราภรณ์ บุญมี / we-news.com

ผู้ประกอบการเจ้าของแฟรนไชส์กาแฟในจังหวัดพิจิตรรายหนึ่งรายงานผลการดำเนินงานที่เติบโตเร็ว เหนือความคาดหมายของระบบแฟรนไชส์ต้นสังกัด โดยระบุว่าหลังเปิดให้บริการประมาณ 5 เดือน ร้านตั้งอยู่ใน ตลาดร่วมเจริญ อำเภอเมืองพิจิตร สามารถทำยอดขายรวมต่อเดือนมากกว่า 3 แสนบาท และมียอดขายเครื่องดื่มเฉลี่ยต่อวันไม่น้อยกว่า 200 แก้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ช่วยเร่งความเป็นไปได้ในการคืนทุน

รายละเอียดการลงทุนและการคาดการณ์คืนทุน

ข้อมูลต้นทุนการลงทุนของผู้ประกอบการชุดแรกประกอบด้วยค่าแฟรนไชส์ที่จ่ายให้ผู้ให้สิทธิและค่าก่อสร้างพื้นที่ โดยระบุว่าค่าแฟรนไชส์อยู่ที่ประมาณ 600,000 บาท ขณะที่ค่าก่อสร้างตกแต่งร้านอยู่ที่ประมาณ 2.4 ล้านบาท ไม่รวมต้นทุนสินค้าคงคลังและค่าใช้จ่ายหมุนเวียนอื่นๆ ก่อนหน้านี้เครือข่ายแฟรนไชส์ประเมินระยะเวลาคืนทุนไว้ราว 6 ปี แต่ผลตอบรับที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ลงทุนประเมินว่าระยะเวลาคืนทุนอาจสั้นลงเป็นประมาณ 2-3 ปี

รายการ มูลค่า (ประมาณ)
ค่าแฟรนไชส์ 600,000 บาท
ค่าก่อสร้าง/ตกแต่ง 2,400,000 บาท
ยอดขายต่อเดือน กว่า 300,000 บาท
ยอดขายเครื่องดื่ม/วัน ไม่น้อยกว่า 200 แก้ว
ระยะเวลาคืนทุน (ประเมินเดิม) 6 ปี
ระยะเวลาคืนทุน (หลังผลตอบรับ) ไม่เกิน 2-3 ปี

กลยุทธ์ทำเลและเป้ากลุ่มลูกค้า

เจ้าของแฟรนไชส์อธิบายเหตุผลในการเลือกทำเลว่าแตกต่างจากการวางจุดขายของแบรนด์อื่นๆ ซึ่งมักเลือกตั้งอยู่ในจุดท่องเที่ยวหรือปั๊มน้ำมัน โดยครั้งนี้เลือกเปิดในชุมชนที่มีหน่วยงานราชการ บริษัท และร้านค้าต่างๆ อยู่หนาแน่น เพื่อหวังฐานลูกค้าประจำจากคนทำงานและผู้ที่มาใช้บริการในพื้นที่ซึ่งช่วยสร้างยอดขายอย่างต่อเนื่อง

"ถ้ายอดขายอยู่ในระดับนี้ อย่างต่อเนื่อง โอกาสคืนทุน ไม่เกิน 2-3 ปี"

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังวางแผนขยายสาขาเพิ่มเติมเป็นสาขาที่ 2 และ 3 ในพื้นที่อำเภออื่นของจังหวัดพิจิตร เพื่อกระจายความเสี่ยงและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ชุมชนอื่นๆ

บริบทการแข่งขันในจังหวัด

ตลาดเครื่องดื่มในจังหวัดพิจิตรมีทั้งแบรนด์ท้องถิ่นและเครือข่ายอินเตอร์แบรนด์เข้าทำตลาด โดยในพื้นที่มีทั้งแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์อย่าง กาแฟพันธุ์ไทย และ อเมซอน ที่เปิดสาขาอย่างน้อยกลุ่มละหลายสาขา เจ้าของแฟรนไชส์ชี้ว่าแบรนด์ที่เน้นราคาเหมาะสมและคุณภาพสามารถแข่งขันได้ดีเมื่อจับกลุ่มลูกค้าประจำในชุมชนและทำเลสำนักงาน

ข้อสังเกตสำหรับผู้สนใจลงทุน

จากข้อมูลที่เปิดเผย มีประเด็นที่ผู้สนใจลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ:

  • พิจารณาต้นทุนรวมที่ไม่รวมสินค้าและค่าใช้จ่ายหมุนเวียน เพื่อประเมินเงินทุนที่ต้องเตรียม
  • วิเคราะห์ทำเลเชิงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ว่าจะเป็นลูกค้าประจำหรือเป็นลูกค้าชั่วคราวจากการท่องเที่ยว
  • เปรียบเทียบข้อเสนอแฟรนไชส์และความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่อเดือน

ตัวอย่างรายงานการดำเนินงานจากผู้ประกอบการท้องถิ่นกรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้แฟรนไชส์จะมีค่าเริ่มต้นสูง แต่การเลือกทำเลและกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมสามารถลดระยะเวลาคืนทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรตรวจสอบตัวเลขต้นทุนจริงและประมาณการรายได้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ

ข่าวนี้เปิดเผยข้อมูลการลงทุนและผลการดำเนินงานของแฟรนไชส์ในจังหวัดพิจิตรเพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจด้านเศรษฐกิจท้องถิ่นและธุรกิจแฟรนไชส์ได้รับภาพรวมและข้อควรพิจารณาในการลงทุนต่อไป

วราภรณ์ บุญมี
วราภรณ์ AI บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ วราภรณ์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

41พิจิตร

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น พิจิตร ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว